1.6.6

ข่าวน่าสนใจ

Page 1 of 113  > >>

Sep 19, 2017
Category: General
Posted by: tammasan
CMS - 1.6.6 - Bonde
 

ทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม๒

การสร้างเขื่อนแม้จะก่อให้เกิดเครือข่ายชลประทานกว้างขวาง ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกของลำน้ำแม่กลอง แต่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศของลำน้ำและวิถีของชุมชน ที่อาศัยประโยชน์จากแม่น้ำแม่กลอง น้ำที่เคยหลากท่วมทุกปีหมดไปพร้อมๆ กับปลาหลายชนิดที่ไม่สามารถฝ่าข้ามเขื่อนเดินทางลงมาหากินตามปลายแม่น้ำ ไม่มีดินตะกอนจากแม่น้ำสูงเป็นนิ้วๆ ทับถมอยู่ตามเรือกสวนไร่นายามน้ำลดเหมือนเคย

เกษตรกรต้องหันมาใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์เพิ่มความสมบูรณ์ให้พื้นดิน และต้องพึ่งพิงยาฆ่าแมลงในการปราบศัตรูพืชและโรคที่ระบาดทำลายพืชผลอย่างหนักหน่วง หลังจากไม่มีน้ำท่วมทำลายตัวอ่อนของแมลงที่อาศัยในดิน ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรก็ทวีสูงขึ้นจนกลายเป็นภาระหนี้สินในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ โรงงานอุตสาหกรรมจากเมืองหลวง ได้เริ่มขยายตัวเข้ามาก่อตั้งในราชบุรี โดยเฉพาะตามสองฝั่งแม่น้ำ เพราะสะดวกต่อการนำน้ำขึ้นมาประกอบการผลิต อุตสาหกรรมที่สำคัญซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ได้แก่ อุตสาหกรรมน้ำตาล อุตสาหกรรมสีข้าว อุตสาหกรรมกระดาษ และอุตสาหกรรมทอผ้า นอกจากนั้นยังมีโรงงานขนาดย่อยอีกเป็นจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมทำเส้นก๋วยเตี๋ยว ผลิตอาหารกระป๋อง ผลิตผักผลไม้แห้ง ผลิตเต้าหู้แผ่น ต่อตัวถังรถยนต์ และทำอุปกรณ์เครื่องใช้ในรถยนต์ต่างๆ เป็นต้น

ในปี พ.ศ.2512 เริ่มเกิดสภาวะน้ำเสียในแม่น้ำแม่กลองอย่างต่อเนื่อง น้ำในแม่น้ำส่งกลิ่นเหม็น มีปลาลอยตายจำนวนมาก และประชาชนไม่สามารถใช้อาบและชำระล้างได้ตามปกติ จนในเดือนเมษายน พ.ศ.2513 ปัญหาน้ำเสียได้ทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากโรงงานน้ำตาลในเขตอำเภอบ้านโป่งปล่อยน้ำเหลืออ้อยประมาณ 4,000 ตัน ไหลล้นลงไปในแม่น้ำ ทำให้น้ำเสียตลอดสายไปจนถึงจังหวัดสมุทรสงคราม

รายงานการบันทึกสภาพน้ำเสียของกรมอนามัยระบุว่า น้ำในแม่น้ำเวลานั้นเปลี่ยนสีเหมือนน้ำโคคา-โคล่า ปลาตายลอยฟ่องเป็นแพตลอดลำน้ำ ไม่เว้นแม้แต่ปลาขนาดใหญ่อย่างปลาดุกทะเล และปลากระโห้ น้ำมีกลิ่นเหม็นรุนแรงและเป็นคราบจับตัวเหนียวเมื่อใช้อาบ น้ำประปาซึ่งนำน้ำจากแม่น้ำแม่กลองไปผลิต มีกลิ่นเหม็นและใช้ดื่มไม่ได้เลย

การเน่าเสียของน้ำในแม่น้ำแม่กลอง ไม่เพียงแต่นำความเสียหายมาสู่นาข้าว สวนผักผลไม้และพืชไร่ต่างๆ รวมถึงอาชีพประมงของประชาชนในสามจังหวัดเท่านั้น ยังทำให้ความหลากหลายของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำในแม่น้ำแม่กลองลดน้อยลง และบางชนิดถึงกับสูญหายไปจากลำน้ำนี้ เช่น กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆ ปลายี่สก ปลาสะตือ ปลาเสือตอ ปลากระโห้ ปลาหมูอารีย์ ปลาน้ำหมึก ฯลฯ

อนึ่งการทำลายสภาพแวดล้อมของแม่น้ำแม่กลอง ยังเกิดจากการดูดทรายที่ทำกันเป็นธุรกิจใหญ่ มีเรือดูดทรายตลอดลำน้ำ ตั้งแต่ อ.บ้านโป่ง โพธาราม จนถึง อ.เมืองราชบุรี หาดทรายขาวสะอาดที่เคยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนราชบุรี เป็นที่จัดงานประจำปี และทำกิจการปลูกถั่วงอก ก็สูญสิ้นไป เพราะตลิ่งทรุดตัวและพังทลายจนทำให้แม่น้ำขยายกว้างขึ้นกว่าเดิม ทรายในลำน้ำแม่กลองถือเป็นทรายชั้นดี ราคาสูง เป็นที่ต้องการในอุตสาหกรรมการก่อสร้างที่กำลังขยายตัวอย่างมากในเวลานั้น เช่นเดียวกับหินจากเทือกเขางูก็เป็นหินคุณภาพดีที่เป็นที่ต้องการมาตลอด การระเบิดและย่อยหินที่เทือกเขางูเฟื่องฟูมาก จนถึงกับมีเสียงคัดค้านให้คำนึงถึงผลเสียหายที่จะมีต่อโบราณวัตถุสถานในถ้ำต่างๆ บริเวณเทือกเขางู ในที่สุดทางราชการจึงยุติการสัมปทานระเบิดหินที่เขางูในปี พ.ศ.2530
ที่มา :
สุดารา สุจฉายา และสาธิมา พุ่มศิริ .(2541). ยุคแห่งการทำลายและสูญสิ้นทรัพยากร. ราชบุรี. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สารคดี. (หน้า 89-101) อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง :
-ข้อเท็จจริงและสภาพปัญหาด้านป่าไม้และสัตว์ป่า จ.ราชบุรี
-อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จ.ราชบุรี
-อุทยานธรรมชาติวิทยาตามพระราชดำริฯ
-ลักลอบตัดไม้ราชพัสดุ ราชบุรี
-ราชบุรี อดีตบ้านป่า "โยม..มีงาช้างดีดีบ้างไหม"
-นักล่ายี่สกแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง
-แกะรอย..พรานล่ากวาง
วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553
อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เป็นอุทยานฯ ที่กำหนดจากพื้นที่โครงการอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน โดยเป็นพื้นที่ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นเนื่องในวโรกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนพรรษา 5 รอบในปี พ.ศ.2535 เพื่อสนองพระราชปณิธานที่ทรงอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ โดยกำหนดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ป่าพุยางและป่าพุสามซ้อนและป่าเขากงเกวียน ซึ่งสภาพโดยรวมยังคงความอุดมสมบูรณ์ทั้งทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงสภาพธรรมชาติที่งดงาม และเป็นป่าต้นน้ำลำธารได้เป็นอย่างดี มีเนื้อที่ประมาณ 205,777 ไร่ ในท้องที่ ต.ยางหัก, ต.อ่างหิน, ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ และ ต.บ้านบึง, ต.บ้านคา, ต.หนองพันจันทร์ อ.บ้านคา จ.ราชบุรี

ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพโดยทั่วไป เป็นเทือกเขาสูงสลับกับพื้นที่ภูเขาและที่ราบเชิงเขา มียอดเขาสูงสุดชื่อ เขายืด ความสูงประมาณ 806 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นแหล่งต้นน้ำของลำห้วยพุไทร ห้วยท่าเคย ห้วยพุน้ำร้อน ลุ่มแม่น้ำประจัน ไหลลงแม่น้ำเพชรบุรี และลุ่มแม่น้ำภาชีไหลลงแม่น้ำแม่กลอง จะมีน้ำไหลตลอดปี แต่ในฤดูแล้งจะมีปริมาณน้อย

ลักษณะภูมิอากาศ
ลักษณะอากาศแบบมรสุมเขตร้อน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในฤดูฝน ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว ฤดูร้อนจะเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม และฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม

ชนิดของป่าและพันธ์ไม้
ลักษณะทั่วไปเป็นป่าผสมผลัดใบ ป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ มีป่าดิบเขาอยู่ตามยอดเขา นอกจากนี้ยังมีป่าเต็งรังอยู่บางส่วน โดยทั่วไปยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้มีค่าหลายชนิดและพืชสมุนไพรอีกจำนวนมาก ชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญของป่าผสมผลัดใบ ได้แก่ ประดู่ มะค่าโมง ตะเคียน สมอพิเภก ตะแบก แดง เสลา ตะคร้อ กระบก เป็นต้น ไม้พื้นล่าง ได้แก่ ไผ่ไร่ ไผ่ซาง ไผ่บง ไผ่ข้าวหลาม ชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญของป่าดิบแล้ง ได้แก่ ยางขาว ยางแดง ตะเคียน ยมหอม จำปาป่ารัก มะม่วงป่า มะหาด แดงดง เติม ฯลฯ

สัตว์ป่าและถิ่นที่อยู่อาศัย
บริเวณผืนป่าแห่งนี้ ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก จึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด สำหรับสัตว์ป่าที่สามารถพบเห็นได้ในพื้นที่อุทยานฯ ได้แก่ กระจง เก้ง กวาง เม่น หมูป่า หมูหริ่ง อีเห็น หมาใน ชะมด เสือไฟ เสือปลา ค่าง บ่าง พังพอน ค้างคาว กระต่ายป่า กระรอกบิน กระรอก กระแต หมูป่า ชะนี ลิง หมี กระทิง เป็นต้น
นกที่พบเห็น ได้แก่ นกเงือกสีน้ำตาล ซึ่งเป็นนกที่ใกล้จะสูญพันธุ์ นกกก นกแก๊ก นกกาฮัง นกกาวะ นกเลือกกรามช้างปากเรียบ นกเงือกดำ นกเขาชนิดต่างๆ เหยี่ยวชนิดต่างๆ นกเค้าชนิดต่างๆ นกกระทาดง นกขุนทอง นกแซงแซว นกตะขาบทุ่ง นกหัวขวาน นกก้านตอง นกแซวสวรรค์ ไก่ป่า ไก่ฟ้า นกยางเขียว นกบั้งรอกใหญ่ ฯลฯ
ปลาที่พบเห็น ได้แก่ ปลาค้อ ปลาตะเพียนทราย ปลาหมอช้างเหยียบ ปลาซิวหางแดง ปลาก้าง ปลาซิวใบไผ่ ปลาแป้นแก้ว ปลาพลวง ปลาตะเพียนน้ำตก ปลาผีเสื้อติดหิน ปลาใส้ตันตาแดง ฯลฯ

สถานที่ท่องเที่ยวและจุดเด่นที่น่าสนใจ
ลำห้วยไทยประจัน
ตั้งแต่ห้วย 1-ห้วย 5 เป็นโตรกธารและโขดหินที่มีลักษณะแปลกและสวยงาม บริเวณลำห้วยมีแอ่งอาบน้ำเหมาะแก่การพักผ่อนเล่นน้ำ และนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเพื่อชื่นชมความงดงาม ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าซึ่งเป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหารของสัตว์ป่า จึงเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบผจญภัย
น้ำตกไทยประจัน เป็นน้ำตกขนาดสูงประมาณ 8-11 เมตร น้ำตกมีลักษณะเป็นสายน้ำยาวสวยงาม โขดหิน หน้าผาสูงชัน และพันธุ์ไม้จำพวกเฟิร์นและมอสต่างๆ การเดินทางเข้าชมน้ำตกต้องเดินทางด้วยเท้าจากห้วย 5 เป็นระยะทาง 15 กม.
น้ำพุร้อนโป่งกระทิง เป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านน้ำพุร้อน ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี อุณหภูมิประมาณ 45 องศาเซลเซียส ที่น่าอัศจรรย์ คือ เมื่อมีเสียงดังแค่ปรบมือก็จะมีพรายน้ำและฟองอากาศผุดขึ้นมาจากบ่อ เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและอาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 40 กม.ไปตามทางหลวงหมายเลข 3206 ถึงทางแยกบ้านโป่งกระทิงล่าง เลี้ยวซ้ายไปบ้านพุน้ำร้อนผ่านอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย มีทางแยกเลี้ยวขวาเข้าไปยังบ่อน้ำพุร้อนระยะทางจากกรุงเทพฯ 186 กม.


การคมนาคม
จากกรุงเทพมหานครไปอุทยานฯ ใช้เส้นทางการเดินทางไปจังหวัดราชบุรี โดยทางรถยนต์ ถนนเพชรเกษม หรือธนบุรี-ปากท่อ(พระราม 2 ) และใช้เส้นทางรถไฟจากสถานีหัวลำโพงถึงสถานีรถไฟราชบุรี ระยะทางประมาณ 100 กม.จากนั้นไปตามถนนเพชรเกษม ไป อ.ปากท่อ ระยะทางประมาณ 22 กม.เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3206 ระยะทางประมาณ 38 กม. จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปบ้านไทยประจัน ระยะทาง 5 กม.รวมระยะทางจากกรุงเทพมหานครทั้งสิ้น 165 กม.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 70110 โทร.0-3221-1025 โทรสาร.0-3230-227
  • สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร.0-2562-0760
  • อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน 110 ม.5 ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี 70140 โทร.08-7165-3278

ที่มา :
-สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง). (2553). แผ่นพับประชาสัมพันธ์อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จ.ราชบุรี. แจกจ่ายในงานกาชาดเที่ยวราชบุรีปี 2553.
-เว็บไซต์ http://park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=9130

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ข้อเท็จจริง
จังหวัดราชบุรี มีเนื่อที่ 3,247,789 ไร่ มีพื้นที่ป่าประเภทต่างๆ ดังนี้

ป่าสงวนแห่งชาติ
จำนวน 7 ป่า เนื้อที่ 1,165,593.75 ไร่ ประกอบด้วย
  1. ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี อ.สวนผึ้ง อ.จอมบึง อ.ปากท่อ อ.โพธาราม อ.บ้านคา จ.ราชบุรี เนื่อที่ 977,250ไร่
  2. ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาบิน อ.เมือง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เนื่อที่ 21,250 ไร่
  3. ป่าสงวนแห่งชาติป่าพุยางและป่าพุสามซ้อน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เนื้อที่ 87,656.25 ไร่
  4. ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขากรวดและป่าเขาพลอง อ.เมือง จ.ราชบุรี เนื้อที่ 4,787.50 ไร่
  5. ป่าสงวนแห่งชาติป่าหนองกลางเนิน อ.เมือง จ.ราชบุรี เนื้อที่ 150 ไร่
  6. ป่าสงวนแห่งชาติป่ายางด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เนื้อที่ 71,875 ไร่
  7. ป่าสงวนแห่งชาติป่าซำสาม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เนื่อที่ 2,625 ไร่
พื้นที่ราชพัสดุ ท้องที่ อ.สวนผึ้ง และ อ.จอมบึง เนื้อที่ 500,000 ไร่

การดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า
พื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

  1. ศูนย์ศึกษาพันธุ์ไม้ป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี บ้านห้วยม่วง ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เนื่อที่ 3,000 ไร่
  2. อุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี และป่าสงวนแห่งชาติป่าพุยางและป่าพุสามซ้อน อ.ปากท่อ อ.สวนผึ้ง และ อ.บ้านคา จ.ราชบุรี เนื้อที่ 205,777 ไร่ (พื้นที่เตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน)
  3. โครงงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสือมโทรมเขาชะงุ้ม ตามแนวพระราชดำริ ต.เขาชงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เนื้อที่ 3,264 ไร่
  4. พื้นที่โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา อันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ราชพัสดุ ต.ตะนาวศรี ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เนื้อที่ 132,905 ไร่
เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี อ.สวนผึ้ง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี เนื้อที่ 305,820 ไร่ (พื้นที่ทับซ้อนอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี

เขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 3 แห่ง
  1. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาประทับช้าง อ.เมือง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เนื้อที่ 1,268 ไร่
  2. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำระฆังและเขาพระนอน อ.เมือง จ.ราชบุรี เนื้อที่ 106 ไร่
  3. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำค้างคาวเขาช่องพราน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เนื้อที่ 77 ไร่
วนอุทยานถ้ำเขาน้อย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เนื้อที่ 3,000 ไร่

พื้นที่ราชพัสดุ ท้องที่ อ.สวนผึ้ง และ อ.จอมบึง เนื้อที่ 500,000 ไร่

สภาพปัญหา
ปัจจุบันมีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และพื้นที่ราชพัสดุ ใน จ.ราชบุรี อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ มีดังนี้
  1. สภาพทางสังคม ความยากจน การขาดโอกาสทางการศึกษา ทำให้ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่ป่าใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้เพื่อการยังชีพด้วยการแผ้วถางป่า ตัดไม้ และเก็บหาของป่า
  2. สภาพทางเศรษฐกิจ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทำให้ทรัพยากรป่าไม้และที่ดินมีราคาแพงขึ้น ทำให้มีการลักลอบตัดไม้ และบุกรุกพื้นที่ป่าไม้มากขึ้น
  3. นโยบายทางการเมืองและการปกครองที่เปลี่ยนแปลงไป หลายกรณีไม่สามารถยุติปัญหาการทำลายป่าได้ เพราะราษฎรคิดว่า เมื่อแผ้วทางป่าจนเสื่อมโทรมแล้วรัฐจะให้สิทธิ์ในที่ดิน จึงหาทางบุกรุกแผ้วถางป่ามากขึ้น
  4. ช่องว่างของระเบียบและกฏหมาย รวมทั้งการจัดการด้านทรัพยากรป่าไม้ ยังไม่ตรงกับความต้องการของท้องถิ่น เป็นปัญหาในทางปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)
มีหน่วยงานในความรับผิดชอบ ดังนี้
  1. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี รับผิดชอบพื้นที่ ต.บ้านบึง อ.บ้านคา ต.สวนผึ้ง ต.ป่าหวาย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี จำนวน 305,820 ไร่
  2. ฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ 1 (พุน้ำร้อน) รับผิดชอบพื้นที่เตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จำนวนเนื้อที่ 67,500 ไร่
  3. ฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ 2 (โป่งพรม) รับผิดชอบพื้นที่เตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จำนวนเนื้อที่ 74,177 ไร่
  4. ฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ 3 (ตากแดด) รับผิดชอบพื้นที่เตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จำนวนเนื้อที่ 64,100 ไร่
  5. ฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ 4 (ห้วยไทร) รับผิดชอบพื้นที่บางส่วนของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี จำนวนเนื้อที่ 52,200 ไร่
  6. สายตรวจป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฏหมายว่าด้วยการป่าไม้สายที่ 2 ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ยึดถือครอบครอง การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3
  7. สายตรวจป้องกันและปราบปรามด้านสัตว์ป่าสายที่ 1 ปฏิบัติงานด้านการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าในท้องที่จังหวัดราชบุรี
สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) มีหน่วยงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ คือ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ.2, รบ.3, รบ.4 รับผิดชอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ในท้องที่ จ.ราชบุรี ดังนี้
  1. หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ.2 (บ่อหวี) รับผิดชอบพื้นที่ จำนวน 281,068.75 ไร่ แยกเป็น
    -ป่าสงวนฯ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ต.ตะนาวศรี ต.ป่าหวาย อ.สวนผึ้ง ต.รางบัว ต.ด่านทับตะโก ต.แก้มอ้น ต.เบิกไพร ต.ปากช่อง อ.จอมบึง ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี จำนวน 206,568.75 ไร่
    -ป่าสงวนฯ ป่ายางดานทับตะโก อ.จอมบึง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี จำนวน 71,875 ไร่
    -ป่าสงวนฯ ป่าซำสาม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 2,625 ไร่
    -พื้นที่อื่นๆ ท้องที่ อ.สวนผึ้ง อ.จอมบึง อ.โพธาราม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
  2. หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ.3 (พุยาง) รับผิดชอบพื้นที่ จำนวน 291,300 ไร่ แยกเป็น
    -ป่าสงวนฯ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี จำนวน177,456.25
    -ป่าสงวนฯ ป่าพุยางและป่าพุสามซ้อน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี 87,656.25 ไร่
    -ป่าสงวนฯ ป่าเขาบิน อ.จอมบึง อ.เมือง จ.ราชบุรี จำนวน 21,250 ไร่
    -ป่าสงวนฯ ป่าเขากรวดและป่าเขาพลอง อ.เมือง จ.ราชบุรี จำนวน 4,787.50 ไร่
    -ป่าสงวนฯ ป่าหนองกลางเนิน อ.เมือง จ.ราชบุรี จำนวน 150 ไร่
    -พื้นที่อื่นๆ ท้องที่ อ.ปากท่อ อ.เมือง อ.บางแพ อ.วัดเพลง อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
  3. หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ.4 (โป่งกระทิง) รับผิดชอบพื้นที่ ป่าสงวนฯ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ต.บ้านคา ต.บ้านบึง ต.หนองพันจันทร์ อ.บ้านคา ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง ต.รางบัว อ.จอมบึง และพื้นที่อื่นๆ ท้องที่ อ.บ้านคา จ.ราชบุรี จำนวน 337,562.50 ไร่
  4. สายตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ชุดเคลื่อนที่เร็ว 2 ปฏิบัตรงานด้านการป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ยึดถือครอบครองการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม่ที่ 10 (ราชบุรี)
สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ราชบุรี มีพื้นที่ราชพัสดุในความรับผิดชอบ จำนวน 500,000 ไร่ มอบหมายให้หน่วยทหารรับผิดชอบ ดังนี้ง
  1. กรมการทหารช่าง รับผิดชอบดูแลและใช้ประโยชน์พื้นที่ราชพัสดุ เนื้อที่ 239,000 ไร่
  2. กองพลพัฒนาที่ 1 รับผิดชอบดูแลและใช้ประโยชน์พื้นที่ราชพัสดุ เนื้อที่ 261,000 ไร่

ที่มา : เอกสารประกอบการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า จ.ราชบุรี ครั้งที่ 1/2553 เมื่อ 9 ก.พ.2553 ณ ห้องประชุมหลวงยกกระบัตร ศาลากลาง จ.ราชบุรี
วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งน้ำ ของ จ.ราชบุรี
(1) ทรัพยากรป่าไม้ มีพื้นที่ป่าเหลืออยู่ประมาณ 1,239,236 ไร่ หรือ 38.16% ของพื้นที่จังหวัด ป่าไม้ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่เขาและเทือกเขาตะนาวศรี
(2) แหล่งน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำแม่กลองไหลผ่านจังหวัด ราชบุรีในเขตอำเภอบ้านโป่ง โพธาราม เมืองฯ และดำเนินสะดวก รวมความยาวในเขต จังหวัดราชบุรี 67 กิโลเมตร แม่น้ำแควอ้อม เป็นสาขาของแม่น้ำแม่กลองในเขตอำเภอเมืองฯ และอำเภอวัดเพลง แม่น้ำภาชี ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาตะนาวศรีในเขตอำเภอบ้านคา ไหลผ่าน อำเภอสวนผึ้ง อำเภอจอมบึง ไปบรรจบแม่น้ำไทรโยคในเขตจังหวัดกาญจนบุรี มีความยาวเฉพาะ ในเขตจังหวัดราชบุรี 80 กิโลเมตร
จังหวัดราชบุรี มีคลองดำเนินสะดวกที่ขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อเชื่อม แม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำแม่กลอง โดยเริ่มจากตำบลบางยาง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ผ่านอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี บรรจบกับแม่น้ำแม่กลองที่ตำบลบางนกแขวก อำเภอ บางคนฑี จังหวัดสมุทรสงคราม มีความยาวตลอดลำคลอง 35 กิโลเมตร และลำคลองสาขาอีก กว่า 200 คลอง
(3) พื้นที่ในเขตชลประทานแม่กลองใหญ่ เขื่อนแม่กลอง ซึ่งทดน้ำแม่กลอง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ก่อให้เกิดคลองส่งน้ำสายใหญ่เพื่อการเกษตร การ อุปโภค-บริโภค การเก็บกักน้ำ การระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วม ในเขตจังหวัดราชบุรีครอบคลุม พื้นที่ 868,680 ไร่

ที่มา : http://www.ratchaburi.go.th/data/storyofratchaburi.pdf
รวบรวมโดย สุชาต จันทรวงศ์