1.6.6

ข่าวน่าสนใจ

Page 1 of 93  > >>

Oct 23, 2014
Category: General
Posted by: tammasan
Oct 23, 2014
Category: General
Posted by: tammasan
Oct 15, 2014
Category: General
Posted by: tammasan
Oct 15, 2014
Category: General
Posted by: tammasan
Sep 28, 2014
Category: General
Posted by: tammasan
Sep 23, 2014
Category: General
Posted by: tammasan
CMS - 1.6.6 - Bonde
 

ประวัติหมู่บ้าน

ประวัติศาสตร์ ที่มาของของผู้คนบ้านบ่อมะกรูด หมู่ที่ ๗-๘ ตำบลบ้านฆ้องอำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี
     
และตำบลใกล้เคียงในอำเภอโพธาราม เช่น ตำบลบ้านสิงห์ ตำบลบ้านเลือก ต่างมีหลักฐานที่ถูกรวบรวมและบอกเล่าไว้ ในลักษณะที่คล้ายๆ กัน และยังมีหลักฐานโบราณ เช่น คัมภีร์ภาษาขอม ในตู้โบราณ 2 ตู้ ที่วัดบ้านฆ้อง ภาษาพูดและวัฒนธรรมลาวเวียง ที่ได้ทำให้ประวัติของผู้คนละแวกนี้มีประวัติศาสตร์ร่วมกันอย่างยาวนาน ตามหลักฐานและคำบอกเล่า ได้ย้อนอดีตของผู้คนตำบลบ้านฆ้องไว้ว่า"เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี พระชนมายุได้ 25 พรรษา ได้รับการแต่งตั้งเป็นหลวงยกกระบัตรประจำเมืองราชบุรี และในปี 2314 ได้เลื่อนยศเป็นสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก เป็นแม่ทัพใหญ่ยกทัพไปตีเมืองลาวฝั่งตะวันออก เขมร และปราบหัวเมืองใหญ่น้อยเรียบร้อยแล้ว จึงยกทัพกลับมากรุงธนบุรีพร้อมด้วยกวาดต้อนเชลยศึกเข้ามาไว้รายรอบเมืองธนบุรี แล้วเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ ในปี พ.ศ. 2325 ผู้คนที่อพยพมาคราวนั้น ได้มีชาวเมืองกลุ่มหนึ่งมาจากเวียงจันทน์ โดยการนำของพระภิกษุรูปหนึ่ง สันนิษฐานว่าชื่อพระอาจารย์มะนาวเชี่ยวได้หยุดพักอาศัยอยู่ที่ "ศาลปู่ตา" และ "บ้านโรงม้า" (เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยเทคนิคในปัจจุบัน ตั้งอยู่ในเขต หมู่ที่ 3 ) ต่อมาได้มีชาวเมืองอพยพเข้ามาเพิ่มมากขึ้น จึงขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ พระอาจารย์มะนาวเชี่ยวได้พาชาวบ้านทำการขุดสระน้ำขนาดใหญ่ขึ้น ทางทิศตะวันตกของวัดร้าง ในขณะขุดปรากฏว่าได้พบฆ้องใหญ่ เนื้อทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่มหึมาเท่าล้อเกวียนสมัยโบราณ ได้นำมาแขวนไว้ที่กิ่งต้นพิกุลใหญ่ พอในยามค่ำคืนชาวบ้านได้ยินเสียงฆ้องดังกังวานโดยไม่มีผู้ใดไปตีฆ้อง พระอาจารย์มะนาวเชี่ยวจึงให้นำฆ้องไปฝังไว้ที่เดิมและเรียกชื่อวัดร้างว่าวัดบ้านฆ้อง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา" หลักฐานที่เป็นเครื่องพิสูจน์ตามประวัติศาสตร์ ได้แก่ คัมภีร์ภาษาขอมและตู้คัมภีร์โบราณ วัฒนธรรมลาวเวียง ได้แก่ ภาษาพูด ประเพณีและความเชื่อ นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญและเป็นที่เคารพสักการะของคนในตำบล เช่น ศาลเจ้าพ่อหลวงราม เป็นศาลเจ้าพ่อที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ก่อเกิดประมาณ ปี 2310 , หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์พิกุลทอง พระคู่บ้านบ่อมะกรูด เป็นต้น

                                                                        

ข้อมูลจากการสัมภาษณ์
อาจารย์ทองสุข ลาลาด 086-7634457
(วันที่ 23-24 เมษายน 2550)
คุณธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ    089-2350663
คุณวินัย คงนะภา            086-7611976
คุณหทัยรัตน์ อุ่มเอิบ     086-7505657
คุณเรไร ชุนเกษา

                                                                                                            

 


ในตำบลบ้านฆ้องเอง มีผู้คนที่ไม่ได้อพยพมาจากเวียงจันทน์อีกหลายหมู่บ้าน ได้แก่ บ้านดีบอน หมู่ 4 บ้านเก่า หมู่ 5 บ้านทุ่งเจริญ หมู่ 6 และบ้านแจ่มใส หมู่ 9 ซึ่งไม่ใช่คนที่สืบเชื้อสายมาจากลาวเวียง โดยเฉพาะผู้คนในหมู่บ้านเก่า หมู่ 5 นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่อพยพมาจากตอนใต้ของประเทศจีน (มณฑลยูนาน) แต่ช่วงเวลาการอพยพอยู่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน นั่นคือช่วงต้นๆ กรุงรัตนโกสินทร์ ตำบลบ้านฆ้องถือเป็นตำบลที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ทำให้ผู้คนในตำบลมีความรักเคารพและนับถือผู้อาวุโส ผู้คนมีอายุยืน เข้าวัดฟังธรรมกันมาก จากการที่สืบเชื้อสายจากลาวเวียงทำให้ผู้คนที่นี่มีความสามารถด้านงานจักสาน งานฝีมือ เย็บปักถักร้อย เช่นตะกร้า กระบุง จนแสดงออกมาในปัจจุบัน ได้แก่ การเย็บตุ๊กตา การทำฟูก ที่นอน เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสภาพภูมิประเทศที่เหมาะแก่การเพาะปลูกทุกชนิด เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบระหว่าง 2 ลุ่มน้ำ (นครชัยศรีและแม่กลอง) อาชีพการเกษตรจึงถือเป็นอาชีพหลักที่ทำกันมายาวนาน ได้แก่ ทำนาข้าว ปลูกไม้ผลต่างๆ รวมถึงการทำไร่ การเลี้ยงสัตว์ (วัวนม/วัวเนื้อ) และจากเส้นทางการคมนาคมที่สะดวกสบาย ใกล้ถนนใหญ่ที่เชื่อมไปสู่ตัวอำเภอ จังหวัดและกรุงเทพฯ ยิ่งทำให้มีความหลากหลายในการประกอบอาชีพและการเข้ามาอาศัยของผู้คนต่างถิ่นมีมากขึ้น ส่วนหนึ่งมีการย้ายเข้าทำงานในเมือง (คล้ายกับชุมชนชนบททั่วไป) และส่วนหนึ่งมีความเจริญเข้ามาในชุมชน เช่น มีวิทยาลัยเทคนิคโพธาราม (หมู่ 3) โรงงานผักกาด (หมู่ 4) โรงงานกังวานการทอ(ดึงบ่อก๊าซมาใช้ในโรงงาน) ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคกลาง (หมู่ 4) สวนสาธารณหนองกลางแตงและโรงงานทำตุ๊กตา เป็นต้น

 

ประวัติความเป็นมาของบ้านบ่อมะกรูด และชาวตำบลบ้านฆ้อง ๑๐ หมู่บ้าน


ตำบลบ้านฆ้องมีจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด ๑๐ หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่1บ้านฆ้อง หมู่ 2 บ้านฆ้อง หมู่3 บ้านฆ้อง หมู่4 บ้านดีบอน หมู่5 บ้านเก่าหมู่6 บ้านทุ่งเจริญ หมู่7 บ้านบ่อมะกรูด หมู่8 บ้านบ่อมะกรูด หมู่9 บ้านแจ่มใสตำบลบ้านฆ้องยกฐานะเป็นเทศบาลเมื่อปี 2549 ประกอบด้วย 10 หมู่บ้าน มีวัฒนธรรมลาวเวียง 6 หมู่บ้าน และที่เหลือเป็นญวนและไทยกลาง ซึ่งปัจจุบันได้มีผสมผสานเชื้อชาติกันบ้างแล้ว แต่ยังมีประเพณีวัฒนธรรมที่ดีๆ อีกมากมาย

สภาพทั่วไปของตำบล



ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของ อ.โพธาราม ห่างจากที่ว่าการอำเภอระยะทาง 2 กิโลเมตร พื้นที่เป็นพื้นที่ราบ เหมาะกับการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์

อาณาเขตตำบล
ทิศเหนือ
ติดต่อเทศบาลตำบลบ้านเลือก
ทิศใต้
ติดต่อ ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม
ทิศตะวันออก
ติดต่อ ต.วัดแก้ว อ.บางแพ
ทิศตะวันตก
ติดต่อ ต.คลองคต อ.โพธาราม


จำนวนประชากรของตำบล
จำนวนประชากรในเขต อบต. 8,119 คน
ข้อมูลอาชีพของตำบล
อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน ทำไร่ ทำตุ๊กตา ที่นอนอาชีพเสริม รับจ้างเลี้ยงสุกร
ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล
1.วัด 3 แห่ง
2.สถานีอนามัย 2แห่ง
3.โรงเรียนประถมศึกษา 3 แห่ง
4.โรงเรียนมัถยมศึกษา 1 แห่ง
5.โรงเรียนอาชีวศึกษา 1 แห่ง
6.ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคกลาง 1 แห่ง


2.การค้นหาความดีบ้านบ่อมะกรูดโดยสภาองค์กรชุมชนในระดับตำบล
2.1 การค้นหาความดีโดยกระบวนการการแก้ปัญหาด้านยาเสพติดการป้องกันยาเสพติดชุมชน (2539- ปัจจุบัน) ปัญหายาเสพติดของชุมชนบ่อมะกรูด ถือว่ามีความรุนแรงมากระดับหนึ่งจนทำให้ผู้นำชุมชนอย่างคุณธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบและอาจารย์ทองสุข ลาลาด ต้องช่วยกันคิดว่าจะจัดการกับปัญหายาเสพติดที่แพร่หลายเข้ามาในชุมชนได้อย่างไร เพราะแม้กระทั่งบริเวณใกล้โรงเรียน ยังมีการซื้อขายยาบ้า ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ด้วยการเป็นห่วงคุณภาพของคนในสังคม โดยเฉพาะเยาวชนและการเห็นว่ายาเสพติดเป็นภัยร้ายแรงต่อคนในชุมชน ทั้งตัวผู้เสพยาเอง ครอบครัวของผู้เสพ ปัญหาจากการลักเล็กขโมยน้อย อาชญากรรม ที่จะตามมาอีกมากมาย ทำให้เกิดการรวมตัวของผู้ที่รักและห่วงชุมชน ทำเรื่องนี้อย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา โดยงานป้องกันยาเสพติดถือว่าเป็นพื้นฐานให้กับงานพัฒนาต่าง ๆ ที่ตามมาในชุมชนอีกมากมาย

- ช่วงแรก : ทำงานด้วยใจจากผู้ที่ห่วงใยความเป็นไปของชุมชนในช่วงปีนั้น อาจารย์ทองสุข เกษียณอายุราชการก่อน 2 ปี ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่คุณธัมมสัญญ์ ได้กลับมาทำงานที่บ้านจึงได้เข้ามาทำงานให้กับชุมชนอย่างเต็มที่ สถานการณ์ของชุมชนเองต่างเต็มไปด้วยปัญหายาเสพติด มีเด็ก เยาวชนติดยาเสพติด กันมาก มีทั้งผู้ซื้อผู้ขายที่อยู่ในชุมชนและนำมาจากนอกชุมชน ส่วนหนึ่งมาจากโรงงานฆ่าสัตว์ / โรงงานทำตุ๊กตา (ยาที่แพร่หลายได้แก่ยาเอมฟาตามีนหรือยาบ้า-ยาขยัน) ได้รวมตัวผู้ที่อยากเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เป็นคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน เริ่มแรก ใช้วิธีการพูดคุยกับพี่น้องในหมู่บ้านและใช้ 3 ยุทธศาสตร์หยุดยั้ง เพื่อประกาศให้เป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ได้แก่
1. หยุดยั้งผู้ค้า เป็นการประสานกับส่วนราชการได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปกครอง อำเภอ มีอาสาสมัครตามหมู่บ้าน
คอยส่งข่าวให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง และขอร้องให้คนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลิกข้องเกี่ยว
2. หยุดยั้งผู้เสพ มีการแนะนำให้ไปบำบัด โดยการติดต่อโรงพยาบาลโพธาราม ทำเรื่องส่งไปโรงพยาบาล ให้มีบัตรผู้ป่วยด้านยาเสพติดถ้าใครมีบัตรฯตำรวจจะไม่จับ เมื่อมีอาการถึงขั้นรุนแรงจะส่งไปที่วัดวังผาแดงกาญจนบุรี และวัดอินทราราม สมุทรสงคราม เพื่อบำบัดและรักษา

3. หยุดยังไม่ให้ติดเพิ่ม ใช้กิจกรรมต่างๆ เช่น ศึกษาดูงาน จัดค่ายเยาวชน กีฬา กลองยาว เป็นต้นในช่วงนี้ เป็นการทำงานที่ต้องใช้ทุนของชุมชนอย่างเดียว ไม่มีการให้การสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก ไม่มีงบประมาณจากส่วนราชการ คนทำงานต้องพึ่งตนเองและใช้วัสดุอุปกรณ์เท่าที่มีในการทำงาน เช่น การเขียนป้ายต่อต้านยาเสพติด ก็ใช้ป้ายจากผ้าคลุมศพบ้าง ใช้ฝาโลงบ้าง และค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ออกงบประมาณกันเอง การแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนบ่อมะกรูด ต้องใช้ทั้งคนกล้า คนเก่งอย่างคุณธัมสัญญ์ และใช้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นที่เคารพเกรงใจของหมู่บ้าน อย่าง อาจารย์ทองสุข ประสานการทำงานควบคู่กันไป จึงประสบความสำเร็จนอกจากนี้การแก้ปัญหายาเสพติด ต้องทำกันอย่างจริงจัง ผู้นำต้องเสียสละ มีใจสาธารณะ มีความอดทน เพราะต้องใช้เวลามากในการทำงาน

- ช่วงที่สอง : ขยายการความดีและผลงาน สู่ชุมชนรอบข้างเมื่อการทำงานเห็นผลชัดเจน และการหยุดยั้งยาเสพติดได้ผลมากขึ้น รวมถึงการบำบัดให้กับคนที่ติดยาเสพติดได้ครอบคลุมคนที่ติดยาเสพติดและดึงคนเหล่านั้นออกจากวังวนยาเสพติดได้ จึงมีหลายชุมชนขอความช่วยเหลือให้คณะทำงานแก้ไขยาเสพติดของบ่อมะกรูดไปให้การช่วยเหลือ โดยมีชุมชนขอความช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากในหมู่บ้านของตำบลบ้านฆ้องเอง รวมถึงตำบลรอบข้างและอำเภอใกล้เคียงด้วยในปี 2543-2544 ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้รับรู้กิจกรรมการป้องกันยาเสพติดในชุมชนของคนบ่อมะกรูด จึงให้การสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 14,000 บาท ทำเรื่องการต่อต้านยาเสพติดโดยแกนนำได้ใช้เงินจำนวนดังกล่าวจัดกิจกรรมในหมู่บ้านและได้ขยายเครือข่ายคนทำงานไปอีกจำนวน 7 หมู่บ้าน เช่น บ้านทุ่งเจริญ หมู่ 6 , บ้านเสาธง หมู่ 2 อ. บางแพ , บ้านหนองเอี่ยน หมู่ 1 และ หมู่ 2 ต.วัดแก้ว เป็นต้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดถือเป็นกิจกรรมที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง เป็นทั้งการ "เฝ้าระวังและปราบปราม" โดยอาศัยกลไกการทำงาน แบบที่เรียกว่า ราษฎรอาสา จนในที่สุดได้ตั้งเป็นเครือข่ายบ่อมะกรูดร่วมมิตร และ เครือข่ายชุมชนบ้านฆ้องรวมมิตร ที่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด อย่างได้ผลที่สุด เป็นการทำงานในระดับชุมชนท้องถิ่น ที่ใช้อาสาสมัครชาวบ้าน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อป.พร.) และร่วมมือกับส่วนราชการในพื้นที่ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการช่วยเหลือผู้ที่ติดยาเสพติดให้เลิกได้หลายราย โดยมีศูนย์ประสานการทำงานที่บ้านบ่อมะกรูด หมู่ 7 เป็นที่ทำการและที่รับเรื่องแจ้งที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
- ช่วงทีสาม : ได้รับการยอมรับและเป็นศูนย์ ศึกษาเรียนรู้การแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน
ตลอดระยะเวลาของการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดให้กับชุมชนและการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆกว่า 10 ปี (2539-ปัจจุบัน) นอกจากจะมีผู้นำชุมชนและชาวบ้านรวมตัวกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ แล้ว ยังหน่วยงานภาคีการพัฒนาที่เห็นคุณค่าของกระบวนการเรียนรู้และจัดการตนเองของคนในชุมชนก็เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้นำและชาวบ้านบ่อมะกรูดได้ทำกิจกรรมพัฒนาหลากหลายรูปแบบ และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นจนเป็นหมู่บ้านที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ เช่น หมู่บ้านปลอดยาเสพติด กองทุนหมู่บ้านดีเด่น
เป็นต้น เป็นการสร้างการเรียนรู้และพัฒนาชุมชนตนเองอย่างเป็นระบบ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชุมชนอื่นๆ ได้เรียนรู้ การทำงานต่อต้านยาเสพติดอย่างจริงจังทำให้คุณธัมมสัญญ์ ได้รับเลือกเป็นกรรมการ ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติและให้บ้านบ่อมะกรูดเป็นศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชนจังหวัดราชบุรี (ศตส.ปชช.จ.ราชบุรี) ผลจากการขับเคลื่อนภารกิจการต่อสู้กับปัญหายาเสพติดมานานนับสิบปี ได้เกิดองค์ความรู้ประสบการณ์ทำงานและภาคีแนวร่วมภาคประชาชน สามารถเอาชนะปัญหายาเสพติดได้อย่างเด็ดขาด นับเป็นการบ่มเพาะองค์ความรู้ตลอดจนประสบการณ์ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในภารกิจของพลังชุมชน เชื่อมั่นในประสบการณ์และองค์ความรู้จากการทำงานและเชื่อมั่นในพลังของประชาชนที่สามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้จริง ศรัทธาในจิตวิญญาณและพลังใจอันมุ่งมั่นในการอุทิศกาย อุทิศใจ อุทิศตน เข้ามารับผิดชอบในภารกิจศรัทธาในการเป็นเจ้าของพื้นที่ ความเป็นผู้รู้จริงในสภาพปัญหาก่อสำนึกอันแรงกล้าในการเป็นเจ้าของปัญหานำมาสู่ภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการต่อสู้เพื่อเอาชนะปัญหายาเสพติด ได้ในที่สุด
2.2 การค้นหาความดีผ่านกระบวนการการจัดทำแผนแม่บทชุมชน / กระบวนการทำแผนแม่บทชุมชนความเป็นมาและกระบวนการทำแผนแม่บทชุมชนตำบลบ้านฆ้องตำบลบ้านฆ้องยกฐานะเป็นเทศบาลเมื่อปี 2549 ประกอบด้วย 10 หมู่บ้าน มีวัฒนธรรมลาวเวียง 6 หมู่บ้าน และที่เหลือเป็นญวนและไทยกลาง ซึ่งปัจจุบันได้มีผสมผสานเชื้อชาติกันบ้างแล้ว แต่ยังมีประเพณีวัฒนธรรมที่ดีๆ อีกมากมายจุดเริ่มต้นของการจัดการตนเองของชุมชนบ้านฆ้อง มีจุดเริ่มต้นมาจากบ้านบ่อมะกรูดที่มีกิจกรรมอยู่อย่างหลากหลายและเป็นที่ยอมรับของทั้งคนในตำบลบ้านฆ้องเอง และต่างชุมชนออกไป อันได้แก่ การต่อต้านยาเสพติดโดยชุมชน การบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้าน กองทุนแม่ของแผ่นดิน หรือแม้แต่รูปแบบการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการของผู้นำที่มีใจทำงานให้ชุมชนดีขึ้น อย่างที่เรียกว่า "สภาผู้นำ" ก็มีจุดเริมต้นมาจากบ่อมะกรูดด้วยเช่นกัน งานพัฒนาที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาในระดับตำบลมีหลากหลายกิจกรรม จากการทำแผนชุมชนทำให้ได้ข้อมูลครบทุกด้าน ทั้งด้านที่ดี ปัญหา ศักยภาพ ข้อแก้ไข ผลที่เกิดขึ้นจากการทำแผนชุมชนได้แก่การแก้ไขปัญหาความยากจน ซึ่งเข้าไปแก้ไขให้ผู้ลงทะเบียน สย. รวมถึงปัญหาเด็กและเยาวชน นำไปสู่การพึ่งพาตนเองจากสภาพสังคมชนบท กลับกลายมาเป็นชุมชนกึ่งเมือง ของคนในตำบลบ้านฆ้อง ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงเข้ามาผลกระทบทั้งวัฒนธรรมการกิน ได้แก่กินข้าวนอกบ้าน กินอาหารที่ลงโฆษณา ทำให้เกิดความฟุ่มเฟือยในการใช้จ่าย ข้อมูลจากแผนทำให้คนรู้จักการจัดการตนเอง โดยการลดค่าใช้จ่าย (รู้ตัวตน) แผนชุมชนที่สำคัญ ได้แก่ การลดพฤติกรรมการบริโภค ซื้อสินค้าใช้จ่ายในครัวเรือน จากห้างข้างนอก ให้หันมาซื้อสินค้าในหมู่บ้านแทน กิจกรรมหนึ่งที่เป็นข้อตกลงร่วมกันได้แก่ การกู้เงินกองทุนหมู่บ้านต้องจัดทำบัญชีครัวเรือนในหมู่บ้าน จึงจะได้รับการพิจารณาในการกู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านกลุ่มองค์กรทางการเงินที่เข้มแข็ง ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มสัจจะ กองทุนแม่ของแผ่นดิน เป็นต้นได้มีการจัดสวัสดิการให้กับหมู่บ้านโดยการ นำเอาดอกเบี้ยมาใช้จ่ายในค่าน้ำ ค่าไฟ ของศาลเจ้าพ่อ เป็นทุนการศึกษา
ให้กับบุตรของสมาชิก ให้การช่วยเหลือผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาสในหมู่บ้าน ซึ่งนอกจากจะพิจารณาให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษแล้วยังให้กู้ไม่มีคณะทำงานแผนแม่บทความดีชุมชนและการจัดตั้งกลุ่มสภาความดีองค์กรระดับหมู่บ้านคณะทำงานแผนชุมชนมาจากทั้ง 10 หมู่บ้านๆ ละ 5 คน รวม 50 คน และได้คัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนความดี/คนดีชุมชนของตำบลบ้านฆ้อง อีก 17 คน ดังนี้

1. นายทองสุข ลาลาด ผู้ประสานงานแผนชีวิตชุมชน
2. พ.ท. สุรินทร์ ศิริจำปา ผู้ช่วยผู้ประสานงานแผนชีวิตชุมชน
3. นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ ผู้ช่วยผู้ประสานงานแผนชีวิตชุมชน
4. นางหทัยรัตน์ อุ่มเอิบ ฝ่ายการเงิน
5. นางสุนันนทา รักงาม ฝ่ายบัญชี
6. นางสุวรรณ นนท์เอี่ยม ฝ่ายประเมินผล
7. นายโกศล ลักษิตานนท์ ฝ่ายตรวจสอบ
8. นายวินัย คงนะภา ฝ่ายกิจกรรทม
9. น.ส.ประทุมวดี สีใส ฝ่ายเอกสาร
10.นายสุรชัย ฉัตรภิญญาคุปต์ ฝ่ายวิชาการ
11.นางภาวิณี สามัคคี ฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล
12.นายพัทธนันท์ บัวภู ฝ่ายสังเคราะห์ข้อมูล
13.จ.ส.อ. ดินันท์ วสุรักขะ ฝ่ายสังเคราะห์ข้อมูล
14.นางสร้อยมาศ เตียงเกตุ ฝ่ายวิเคราะห์แผน
15.นางไกร นนท์เอี่ยม ฝ่ายวิเคราะห์แผน
16.นางบุปผา ชัยศักดานุกูล ฝ่ายสื่อสาร
17.นายต้อม พลอยเพชร ฝ่ายสื่อสาร

 

ทัศนคติความคิดความเชื่อในกระบวนการจัดทำแผนแม่บทความดีชุมชน

บ้านบ่อมะกรูด ตำบลบ้านฆ้องได้รับเลือกให้เป็นศูนย์ประสานการทำแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเอง ของอำเภอโพธาราม อันประกอบไปด้วย10 ตำบล ที่เข้าร่วมการจัดทำแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเองในปี 2548-2549 ในฐานะที่เป็นตำบลที่มีคณะทำงานเข้มแข็งและสามารถเป็นตัวอย่างในการจัดการกับชุมชนของตนเองได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ในการทำงานชุมชนในด้านอื่นๆ มาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การแก้ไขปัญหายาเสพติด การบริหารจัดการกองทุน (กลุ่มออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้าน)จึงได้รับความเชื่อถือจากคณะทำงานแผนชุมชนในอำเภอโพธารามให้ตำบลบ้านฆ้องเป็นศูนย์ในการจัดทำแผนชีวิตชุมชนความดี

สรุปแนวทางการแก้ปัญหาจากแผนแม่บทความดีชุมชน
ผลจากทำแผนแม่บทความดีชุมชนของบ้านบ่อมะกรูดและชาวตำบลบ้านฆ้องทำให้คณะทำงานจัดทำแผนแม่บทชุมชนของตำบลบ้านฆ้องได้รับทราบป้ญหาศักยภาพของชุมชนและทุนทางสังคมคณะทำงานจัดทำแผนแม่บทชุมชนของตำบลจึงได้กำหนดแนวทางการพัฒนาของขบวนชุมชนตำบลบ้านฆ้องดังต่อไปนี้
" ส่งเสริมการออม (โครงการออมทรัพย์กับองค์กรการเงินในชุมชน)
" ส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตจากวัตถุดิบของชุมชน (โครงการผลิตปุ๋ยคอกใช้เอง)
" จัดหาแหล่งเงินทุน / ออมทรัพย์ (โครงการหาแหล่งเงินกู้เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน )
" ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น (โครงการประชาสัมพันธ์จัดทำบัญชีครัวเรือนให้ทั่วถึง)
" จัดตั้งกลุ่มอาชีพเสริม (จัดตั้งกลุ่มอาชีพรายได้)
" ส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมภูมิปัญญาของท้องถิ่น (โครงการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น)
" เพิ่มกิจกรรมให้ผู้สูงอายุให้ดูแลตัวเองได้ (โครงการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมที่เป็น ประโยชน์)
" รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้มีจิตสำนึกในการรักษาความสะอาด
" ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วม

ข้อเสนอแนะต่อแผนแม่บทความดีชุมชนตำบลบ้านฆ้องต่อการจัดทำแผนแม่บทความดีชุมชน
- นำข้อมูลที่ได้รับไปเปิดเวทีต่อสภาองค์กรชุมชน / ต่อเทศบาลตำบล
- ส่งเสริมการศึกษาให้กับเด็กให้เห็นความสำคัญกับภาคเกษตร
บทเรียนการพัฒนาต้องสอดคล้อง สัมพันธ์กับข้อมูล โดยต้องร่วมกันวิเคราะห์โดยมีหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการศึกษา,สาธารณสุข,หน่วยงานในจังหวัดได้แก่ ธกส. /ธนาคารเพื่อการเกษตร / ธนาคารออมสิน,หน่วยงานในท้องถิ่น,เทศบาล เข้าร่วมวิเคราะห์และเสนอเป็นนโยบายไม่ใช่ให้เพียงแค่ภาคประชาชนร่วมวิจารณ์กันเองหน่วยงานต่างๆ ที่กล่าวถึงก็ควรเข้ามาให้การสนับสนุนและให้ควาร่วมมือด้วยต้องทำให้ชุมชนเกิดความตื่นตัวขึ้นมาเพื่อร่วมกันคิดและแก้ไขปัญหาของตนเองและชุมชนเพื่อให้เกิดพลังชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีประสิทธิภาพและศักยภาในตัวเองและเพื่อให้สังคมภาคนอกได้มองเห็น

บทเรียน / อุปสรรค์ที่พบจากการทำแผนความดีชุมชน
- การได้มาซึ่งข้อมูลที่สมบูรณ์ / เป็นจริงยังไม่ค่อยมี อุปสรรค์ของกลุ่มคนที่ให้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อมูลของทางราชการ
- บทเรียนของการสำรจข้อมูล / การรวบรวมข้อมูลที่ค่อนข้างติดขัด
- กลุ่มข้าราชการในพื้นที่มักมองว่าไม่ใช่ปัญหาของตนเอง
- คนในชุมชนยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับกระบวนการทำแผนม่บทชุมชน
- ข้อมูลจากแผนชุมชนที่แกนนำ ได้นำไปดำเนินการกับแผนชุมชนเก่าที่มีอยู่ไม่ต่อเนื่องกันทำให้งานขาดตอนไม่ประติดประต่อทำให้การทำงานเกิดความล้าช้าและไม่ชัดเจน
- การกำหนดแผนพัฒนา การวิเคราะห์และสอดคล้องกับการได้มาของข้อมูล

2.3 การค้นหาความดีโดยกระบวนการการสร้างความยอมรับและรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน (2549)

การรับรองสถานภาพความดีองค์กรชุมชน

การดำเนินงานสร้างการยอมรับและรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนของตำบลบ้านฆ้อง แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1) ระยะการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลกลุ่มองค์กรชุมชน/เครือข่ายองค์กรชุมชน 2) ระยะการวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มองค์กรชุมชน และ 3) ระยะการประกาศการมีตัวตนของกลุ่มองค์กรชุมชนในตำบล จากการสำรวจข้อมูลองค์กรชุมชนในตำบลบ้านฆ้องมีองค์กรทั้งหมด 160 องค์กร และได้รับการรับรองในระดับท้องถิ่นไปแล้วจำนวน 114 องค์กร โดยแบ่งองค์กรชุมชนออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ ได้แก่กลุ่มที่เป็นพื้นฐานที่ต้องมีทุกหมู่บ้านได้แก่ กลุ่มสตรี กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่ม อสม. กลุ่มกองทุนหมู่บ้านกลุ่ม SML. กลุ่มฌาปนกิจ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ได้แก่ กลุ่มผู้ใช้นำ , กลุ่มอุโบสถศีล, กลุ่ม ICT. , กลุ่มเยาชนรุ่นใหม่ใส่ใจชุมชน เป็นต้น

บทเรียนที่ได้ - การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากกระบวนการสร้างการยอมรับและรับรองสถานภาพ
ผลจากการทำงานที่ผ่านมา ทำให้ได้ค้นพบแกนนำรุ่นใหม่เพิ่มมามากขึ้น ได้ค้นพบกลุ่ม-องค์กรชุมชนที่มีศักยภาพ ในด้านการบริหารจัดการตนเอง ได้มีการพึ่งพากันเองระหว่างกลุ่มองค์กรในชุมชนและนอกชุมชน นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้หน่วยงานภาคีได้ให้การสนับสนุนต่อไปอีกด้วย ที่สำคัญคือ กระบวนการทำงานของตำบลบ้านฆ้องต่างมีการสอดรับกันพอดีในการทำงาน การสร้างการยอมรับกลุ่มองค์กรยังเป็นที่มาของการค้นคนดีอีกด้วย
2.4 การค้นหาความดีโดยผ่านกระบวนการการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น (2549)
เป้าหมายของการทำเรื่องฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นของตำบลบ้านฆ้อง เน้นการการสร้างผู้นำ ให้คนเหล่านั้นกล้าที่จะลุกขึ้นมาพูด มาคิด นำเสนอ รับผิดชอบต่อชุมชนท้องถิ่นของตนเอง ให้เกิดการเรียนรู้และการทำงานจริงควบคู่กันไปด้วย ซึ่งมีขึ้นตอนของการฟื้นฟูที่ผ่านมา ดังนี้

กิจกรรมที่ 1 ฟื้นฟูศักยภาพของคนในชุมชน (ผู้ติดยาเสพติด) ใช้กระบวนการพัฒนาคนและดึงเอาทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดในชุมชนคืนกลับมา
กิจกรรมที่ 2 อบรมเยาวชนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในลักษณะเข้าค่าย โดยให้ผู้ปกครองเข้าร่วมในกิจกรรมเหล่านั้นด้วย
กิจกรรมที่ 3 การยกย่องครอบครัวที่ผ่านพ้นปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาวิกฤติในครอบครัว
กิจกรรมที่ 4 การติดตามงานในระดับตำบล
กิจกรรมที่ 5 รวมขั้นตอนการทำกิจกรรม รูปเล่ม ภาพถ่ายวีดีโอ รวมถึงข้อมูลทั้งหมด ให้เป็นที่ศึกษาเรียนรู้ได้
สามารถสื่อกระบวนการเรียนรู้ ถ่ายทอดออกมาเป็นองค์ความรู้ในกระบวนการทำกิจกรรม
ในปัจจุบันได้ดำเนินกิจกรรมลำดับที่ 1- 3 เสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินกิจกรรมในลำดับถัดไป

2.5 การค้นหาความดี
การค้นหาความดี / ยกย่องคนดีศรีสังคม
จากการทำงานที่ผ่านมาของทั้งชุมชนบ่อมะกรูดและบ้านฆ้อง ต่างสอดรับกับกระบวนการพัฒนาต่างๆ ที่หน่วยงานภาคีพัฒนาเข้ามาสนับสนุนทำให้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า การจัดการตนเองของคนในชุมชนบ้านฆ้องมาถูกทางแล้วซึ่งโครงการค้นหาความดี ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาแผ่นดินเชิงคุณธรรมให้ค้นหาความดีและยกย่องคนดีในสังคม ในการค้นหาและยกย่องคนดีศรีสังคม คณะทำงานได้ใช้กระบวนการทำงานต่าง ๆ ที่มีอยู่ก่อนแล้ว เช่น เรื่องยาเสพติด, กองทุนต่างๆ การทำกิจกรรมช่วยเหลือกันในสังคมถือเป็นกระบวนการคัดกรองคนในชุมชนไปในตัวเพราะการทำงานที่ผ่านมา มีข้อมูลประกอบไว้หมดแล้ว เช่น ในบ้านบ่อมะกรูดเองคนในหมู่บ้านต่างรับรู้กันหมดว่าแต่ละครอบครัวมีความเป็นอยู่อย่างไร และสามารถแยกแยะได้ว่าคนดีต้องมีคุณสมบัติที่ประกอบไปด้วย คนที่หากินสุจริต ประพฤติดี มีทั้งคุณธรรมจริยธรรม โอบอ้อมอารีย์ ไม่ทำผิดกฎหมาย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการช่วยเหลือสังคม เพราะการเสียสละ ถือว่ามีความสำคัญมากกับการจะได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดีกระบวนการดำเนินงานตามโครงการของศูนย์คุณธรรม ยังอยู่ระหว่างการเริ่มต้น ในช่วงนี้ยังไม่มีการนำเสนอรายชื่อผู้ที่เป็นคนดี การทำงานจึงใช้กระบวนการค้นหาองค์กรชุมชนก่อน (ใช้องค์กรชุมชนเป็นตัวแทนของตัวบุคคล) ให้มีการยอมรับและยกย่ององค์กรชุมชน กลุ่มในชุมชน ที่มีศักยภาพก่อน ส่วนการระบุชื่อบุคคลที่เป็นคนดีนั้นจะไว้ในช่วงสุดท้าย ซึ่งในขั้นตอนนั้นจะให้คณะทำงานระดับตำบลมาพิจารณาคนดีและยกย่องคนดี
ร่วมกัน

2.6 กลุ่มกองทุนแม่ของแผ่นดิน ( 12 สิงหาคม 2548 )
วิกฤติยาเสพติด นับแต่จะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระพรมราชินีนาถ ซึ่งเป็น "พ่อและแม่ของแผ่นดิน" ทรงมีความห่วงใย เมื่อครั้งได้ทรงเสด็จประภาสทางภาคอีสานจึงได้นำพระราชทรัพย์พระราชทาน เป็นกองทุนขวัญถุงอยู่ในทุกหมู่บ้าน/ชุมชนที่ต่อสู้กับยาเสพติด เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวของผู้คน และเป็นสัญลักษณ์ของความห่วงใย โดยให้เรียกกองทุนนี้ว่า "กองทุนแม่ของแผ่นดิน"

บ้านบ่อมะกรูด หมู่ 7 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านแรกของจังหวัดราชบุรี เพื่อเข้ารับกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยได้รับพระราชทาน
จำนวน 159,056 บาท มีกิจกรรม ดังนี้
1. ออกเยี่ยมผู้สูงอายุและผู้เจ็บป่วยในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงทุกๆ เดือน
2. เลี้ยงอาหารผู้สูงอายุ เด็ก เยาวชน จัดแข่งขันกีฬา และตรวจสุขภาพ
3. ให้พวงหรีดเคารพศพ และร่วมเป็นเจ้าภาพ ในงานฌาปนกิจศพคนในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียง
4. ให้ทุนการศึกษาเด็ก-เยาวชนทุกระดับ
5. แจกข้าวสารจากธนาคารข้าว ให้กับผู้ด้อยโอกาส คนพิการ
6. อบรมเยาวชนด้านดนตรีไทย ละครเวที และอบรมห่างไกลยาเสพติด
7. สร้างความสมานฉันท์ในชุมชนโดยการเอื้ออาทร
8. ประสานงานภาครัฐ-เอกชน-ภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมอาชีพในชุมชนทุกกลุ่มแบบเศรษฐกิจพอเพียง

3. สภาองค์กรความดีชุมชนในระดับตำบล
" การจัดตั้งสภาองค์กรความดีในระดับชุมชน เกิดการทำแผนแม่บทชุมชนเมื่อปี 48 จากการที่จัดทำแผนความดีชุมชนก็จะมองเห็นคณะทำงานที่ชัดเจนขึ้นซึ่งแต่ละหมู่บ้านและคณะทำงานมีหน้าที่จัดเก็บข้อมูลโดย
ประสานกับองค์กรต่างๆในหมู่บ้านมารับรองสถานภาพว่ามีตัวตนมีโครงสร้างในปัจจุบันยังดำเนินงานอยู่เมื่อได้คนแล้วได้ข้อมูลแล้วก็เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สังเคราะห์ปัญหาในชุมชนโดยแต่ละกลุ่มมาสร้างเวทีประชุมปรึกษาหารือที่เราเรียกกันว่าสภาองค์กรชุมชน บ้านบ่อมะกรูดหมู่ 7 ได้ทำเรื่องสภาผู้นำอยู่แล้ว โดยเกิดจากการได้ไปศึกษาดูงานที่บ้านหนองกลางดง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงปี 2543 ได้เอาเนื้องานมาประยุกต์ใช้ โดยจะเป็นรูปแบบการประชุมพูดคุยกัน โดยการนำของอาจารย์ทองสุข ที่เป็นผู้นำธรรมชาติไม่ใช่ผู้นำที่แต่งตั้งมาจากทางการ สาเหตุที่ใช้การประชุมนั้น เพราะในช่วงก่อนหน้านั้นการประชุมพูดคุยกันของแต่ละกลุ่มจะกระจายไปประชุมพูดคุยตามบ้านประธานกลุ่มบ้าง วัดบ้าง จึงเกิดแนวคิดว่าจะจัดประชุมในที่เดียวกัน ครั้งเดียวกัน เมื่อกลับจากไปศึกษาดูงานมา จึงจัดสถานที่บ้านคุณธัมมสัญญ์เป็นศูนย์การเรียนรู้ฯ และจัดประชุมสภาผู้นำที่