ประวัติหมู่บ้าน
ประวัติศาสตร์ ที่มาของของผู้คนบ้านบ่อมะกรูด หมู่ที่ ๗-๘ ตำบลบ้านฆ้องอำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี
และตำบลใกล้เคียงในอำเภอโพธาราม เช่น ตำบลบ้านสิงห์ ตำบลบ้านเลือก ต่างมีหลักฐานที่ถูกรวบรวมและบอกเล่าไว้ ในลักษณะที่คล้ายๆ กัน และยังมีหลักฐานโบราณ เช่น คัมภีร์ภาษาขอม ในตู้โบราณ 2 ตู้ ที่วัดบ้านฆ้อง ภาษาพูดและวัฒนธรรมลาวเวียง ที่ได้ทำให้ประวัติของผู้คนละแวกนี้มีประวัติศาสตร์ร่วมกันอย่างยาวนาน ตามหลักฐานและคำบอกเล่า ได้ย้อนอดีตของผู้คนตำบลบ้านฆ้องไว้ว่า"เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี พระชนมายุได้ 25 พรรษา ได้รับการแต่งตั้งเป็นหลวงยกกระบัตรประจำเมืองราชบุรี และในปี 2314 ได้เลื่อนยศเป็นสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก เป็นแม่ทัพใหญ่ยกทัพไปตีเมืองลาวฝั่งตะวันออก เขมร และปราบหัวเมืองใหญ่น้อยเรียบร้อยแล้ว จึงยกทัพกลับมากรุงธนบุรีพร้อมด้วยกวาดต้อนเชลยศึกเข้ามาไว้รายรอบเมืองธนบุรี แล้วเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ ในปี พ.ศ. 2325 ผู้คนที่อพยพมาคราวนั้น ได้มีชาวเมืองกลุ่มหนึ่งมาจากเวียงจันทน์ โดยการนำของพระภิกษุรูปหนึ่ง สันนิษฐานว่าชื่อพระอาจารย์มะนาวเชี่ยวได้หยุดพักอาศัยอยู่ที่ "ศาลปู่ตา" และ "บ้านโรงม้า" (เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยเทคนิคในปัจจุบัน ตั้งอยู่ในเขต หมู่ที่ 3 ) ต่อมาได้มีชาวเมืองอพยพเข้ามาเพิ่มมากขึ้น จึงขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ พระอาจารย์มะนาวเชี่ยวได้พาชาวบ้านทำการขุดสระน้ำขนาดใหญ่ขึ้น ทางทิศตะวันตกของวัดร้าง ในขณะขุดปรากฏว่าได้พบฆ้องใหญ่ เนื้อทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่มหึมาเท่าล้อเกวียนสมัยโบราณ ได้นำมาแขวนไว้ที่กิ่งต้นพิกุลใหญ่ พอในยามค่ำคืนชาวบ้านได้ยินเสียงฆ้องดังกังวานโดยไม่มีผู้ใดไปตีฆ้อง พระอาจารย์มะนาวเชี่ยวจึงให้นำฆ้องไปฝังไว้ที่เดิมและเรียกชื่อวัดร้างว่าวัดบ้านฆ้อง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา" หลักฐานที่เป็นเครื่องพิสูจน์ตามประวัติศาสตร์ ได้แก่ คัมภีร์ภาษาขอมและตู้คัมภีร์โบราณ วัฒนธรรมลาวเวียง ได้แก่ ภาษาพูด ประเพณีและความเชื่อ นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญและเป็นที่เคารพสักการะของคนในตำบล เช่น ศาลเจ้าพ่อหลวงราม เป็นศาลเจ้าพ่อที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ก่อเกิดประมาณ ปี 2310 , หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์พิกุลทอง พระคู่บ้านบ่อมะกรูด เป็นต้น

|
ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ |

ในตำบลบ้านฆ้องเอง มีผู้คนที่ไม่ได้อพยพมาจากเวียงจันทน์อีกหลายหมู่บ้าน ได้แก่ บ้านดีบอน หมู่ 4 บ้านเก่า หมู่ 5 บ้านทุ่งเจริญ หมู่ 6 และบ้านแจ่มใส หมู่ 9 ซึ่งไม่ใช่คนที่สืบเชื้อสายมาจากลาวเวียง โดยเฉพาะผู้คนในหมู่บ้านเก่า หมู่ 5 นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่อพยพมาจากตอนใต้ของประเทศจีน (มณฑลยูนาน) แต่ช่วงเวลาการอพยพอยู่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน นั่นคือช่วงต้นๆ กรุงรัตนโกสินทร์ ตำบลบ้านฆ้องถือเป็นตำบลที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ทำให้ผู้คนในตำบลมีความรักเคารพและนับถือผู้อาวุโส ผู้คนมีอายุยืน เข้าวัดฟังธรรมกันมาก จากการที่สืบเชื้อสายจากลาวเวียงทำให้ผู้คนที่นี่มีความสามารถด้านงานจักสาน งานฝีมือ เย็บปักถักร้อย เช่นตะกร้า กระบุง จนแสดงออกมาในปัจจุบัน ได้แก่ การเย็บตุ๊กตา การทำฟูก ที่นอน เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสภาพภูมิประเทศที่เหมาะแก่การเพาะปลูกทุกชนิด เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบระหว่าง 2 ลุ่มน้ำ (นครชัยศรีและแม่กลอง) อาชีพการเกษตรจึงถือเป็นอาชีพหลักที่ทำกันมายาวนาน ได้แก่ ทำนาข้าว ปลูกไม้ผลต่างๆ รวมถึงการทำไร่ การเลี้ยงสัตว์ (วัวนม/วัวเนื้อ) และจากเส้นทางการคมนาคมที่สะดวกสบาย ใกล้ถนนใหญ่ที่เชื่อมไปสู่ตัวอำเภอ จังหวัดและกรุงเทพฯ ยิ่งทำให้มีความหลากหลายในการประกอบอาชีพและการเข้ามาอาศัยของผู้คนต่างถิ่นมีมากขึ้น ส่วนหนึ่งมีการย้ายเข้าทำงานในเมือง (คล้ายกับชุมชนชนบททั่วไป) และส่วนหนึ่งมีความเจริญเข้ามาในชุมชน เช่น มีวิทยาลัยเทคนิคโพธาราม (หมู่ 3) โรงงานผักกาด (หมู่ 4) โรงงานกังวานการทอ(ดึงบ่อก๊าซมาใช้ในโรงงาน) ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคกลาง (หมู่ 4) สวนสาธารณหนองกลางแตงและโรงงานทำตุ๊กตา เป็นต้น
| ประวัติความเป็นมาของบ้านบ่อมะกรูด และชาวตำบลบ้านฆ้อง ๑๐ หมู่บ้าน |
ตำบลบ้านฆ้องมีจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด ๑๐ หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่1บ้านฆ้อง หมู่ 2 บ้านฆ้อง หมู่3 บ้านฆ้อง หมู่4 บ้านดีบอน หมู่5 บ้านเก่าหมู่6 บ้านทุ่งเจริญ หมู่7 บ้านบ่อมะกรูด หมู่8 บ้านบ่อมะกรูด หมู่9 บ้านแจ่มใสตำบลบ้านฆ้องยกฐานะเป็นเทศบาลเมื่อปี 2549 ประกอบด้วย 10 หมู่บ้าน มีวัฒนธรรมลาวเวียง 6 หมู่บ้าน และที่เหลือเป็นญวนและไทยกลาง ซึ่งปัจจุบันได้มีผสมผสานเชื้อชาติกันบ้างแล้ว แต่ยังมีประเพณีวัฒนธรรมที่ดีๆ อีกมากมาย
| สภาพทั่วไปของตำบล |
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของ อ.โพธาราม ห่างจากที่ว่าการอำเภอระยะทาง 2 กิโลเมตร พื้นที่เป็นพื้นที่ราบ เหมาะกับการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์
|
2.การค้นหาความดีบ้านบ่อมะกรูดโดยสภาองค์กรชุมชนในระดับตำบล
2.1 การค้นหาความดีโดยกระบวนการการแก้ปัญหาด้านยาเสพติดการป้องกันยาเสพติดชุมชน (2539- ปัจจุบัน) ปัญหายาเสพติดของชุมชนบ่อมะกรูด ถือว่ามีความรุนแรงมากระดับหนึ่งจนทำให้ผู้นำชุมชนอย่างคุณธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบและอาจารย์ทองสุข ลาลาด ต้องช่วยกันคิดว่าจะจัดการกับปัญหายาเสพติดที่แพร่หลายเข้ามาในชุมชนได้อย่างไร เพราะแม้กระทั่งบริเวณใกล้โรงเรียน ยังมีการซื้อขายยาบ้า ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ด้วยการเป็นห่วงคุณภาพของคนในสังคม โดยเฉพาะเยาวชนและการเห็นว่ายาเสพติดเป็นภัยร้ายแรงต่อคนในชุมชน ทั้งตัวผู้เสพยาเอง ครอบครัวของผู้เสพ ปัญหาจากการลักเล็กขโมยน้อย อาชญากรรม ที่จะตามมาอีกมากมาย ทำให้เกิดการรวมตัวของผู้ที่รักและห่วงชุมชน ทำเรื่องนี้อย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา โดยงานป้องกันยาเสพติดถือว่าเป็นพื้นฐานให้กับงานพัฒนาต่าง ๆ ที่ตามมาในชุมชนอีกมากมาย
- ช่วงแรก : ทำงานด้วยใจจากผู้ที่ห่วงใยความเป็นไปของชุมชนในช่วงปีนั้น อาจารย์ทองสุข เกษียณอายุราชการก่อน 2 ปี ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่คุณธัมมสัญญ์ ได้กลับมาทำงานที่บ้านจึงได้เข้ามาทำงานให้กับชุมชนอย่างเต็มที่ สถานการณ์ของชุมชนเองต่างเต็มไปด้วยปัญหายาเสพติด มีเด็ก เยาวชนติดยาเสพติด กันมาก มีทั้งผู้ซื้อผู้ขายที่อยู่ในชุมชนและนำมาจากนอกชุมชน ส่วนหนึ่งมาจากโรงงานฆ่าสัตว์ / โรงงานทำตุ๊กตา (ยาที่แพร่หลายได้แก่ยาเอมฟาตามีนหรือยาบ้า-ยาขยัน) ได้รวมตัวผู้ที่อยากเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เป็นคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน เริ่มแรก ใช้วิธีการพูดคุยกับพี่น้องในหมู่บ้านและใช้ 3 ยุทธศาสตร์หยุดยั้ง เพื่อประกาศให้เป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ได้แก่
1. หยุดยั้งผู้ค้า เป็นการประสานกับส่วนราชการได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปกครอง อำเภอ มีอาสาสมัครตามหมู่บ้าน
คอยส่งข่าวให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง และขอร้องให้คนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลิกข้องเกี่ยว
2. หยุดยั้งผู้เสพ มีการแนะนำให้ไปบำบัด โดยการติดต่อโรงพยาบาลโพธาราม ทำเรื่องส่งไปโรงพยาบาล ให้มีบัตรผู้ป่วยด้านยาเสพติดถ้าใครมีบัตรฯตำรวจจะไม่จับ เมื่อมีอาการถึงขั้นรุนแรงจะส่งไปที่วัดวังผาแดงกาญจนบุรี และวัดอินทราราม สมุทรสงคราม เพื่อบำบัดและรักษา
3. หยุดยังไม่ให้ติดเพิ่ม ใช้กิจกรรมต่างๆ เช่น ศึกษาดูงาน จัดค่ายเยาวชน กีฬา กลองยาว เป็นต้นในช่วงนี้ เป็นการทำงานที่ต้องใช้ทุนของชุมชนอย่างเดียว ไม่มีการให้การสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก ไม่มีงบประมาณจากส่วนราชการ คนทำงานต้องพึ่งตนเองและใช้วัสดุอุปกรณ์เท่าที่มีในการทำงาน เช่น การเขียนป้ายต่อต้านยาเสพติด ก็ใช้ป้ายจากผ้าคลุมศพบ้าง ใช้ฝาโลงบ้าง และค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ออกงบประมาณกันเอง การแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนบ่อมะกรูด ต้องใช้ทั้งคนกล้า คนเก่งอย่างคุณธัมสัญญ์ และใช้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นที่เคารพเกรงใจของหมู่บ้าน อย่าง อาจารย์ทองสุข ประสานการทำงานควบคู่กันไป จึงประสบความสำเร็จนอกจากนี้การแก้ปัญหายาเสพติด ต้องทำกันอย่างจริงจัง ผู้นำต้องเสียสละ มีใจสาธารณะ มีความอดทน เพราะต้องใช้เวลามากในการทำงาน
- ช่วงที่สอง : ขยายการความดีและผลงาน สู่ชุมชนรอบข้างเมื่อการทำงานเห็นผลชัดเจน และการหยุดยั้งยาเสพติดได้ผลมากขึ้น รวมถึงการบำบัดให้กับคนที่ติดยาเสพติดได้ครอบคลุมคนที่ติดยาเสพติดและดึงคนเหล่านั้นออกจากวังวนยาเสพติดได้ จึงมีหลายชุมชนขอความช่วยเหลือให้คณะทำงานแก้ไขยาเสพติดของบ่อมะกรูดไปให้การช่วยเหลือ โดยมีชุมชนขอความช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากในหมู่บ้านของตำบลบ้านฆ้องเอง รวมถึงตำบลรอบข้างและอำเภอใกล้เคียงด้วยในปี 2543-2544 ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้รับรู้กิจกรรมการป้องกันยาเสพติดในชุมชนของคนบ่อมะกรูด จึงให้การสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 14,000 บาท ทำเรื่องการต่อต้านยาเสพติดโดยแกนนำได้ใช้เงินจำนวนดังกล่าวจัดกิจกรรมในหมู่บ้านและได้ขยายเครือข่ายคนทำงานไปอีกจำนวน 7 หมู่บ้าน เช่น บ้านทุ่งเจริญ หมู่ 6 , บ้านเสาธง หมู่ 2 อ. บางแพ , บ้านหนองเอี่ยน หมู่ 1 และ หมู่ 2 ต.วัดแก้ว เป็นต้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดถือเป็นกิจกรรมที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง เป็นทั้งการ "เฝ้าระวังและปราบปราม" โดยอาศัยกลไกการทำงาน แบบที่เรียกว่า ราษฎรอาสา จนในที่สุดได้ตั้งเป็นเครือข่ายบ่อมะกรูดร่วมมิตร และ เครือข่ายชุมชนบ้านฆ้องรวมมิตร ที่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด อย่างได้ผลที่สุด เป็นการทำงานในระดับชุมชนท้องถิ่น ที่ใช้อาสาสมัครชาวบ้าน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อป.พร.) และร่วมมือกับส่วนราชการในพื้นที่ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการช่วยเหลือผู้ที่ติดยาเสพติดให้เลิกได้หลายราย โดยมีศูนย์ประสานการทำงานที่บ้านบ่อมะกรูด หมู่ 7 เป็นที่ทำการและที่รับเรื่องแจ้งที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
- ช่วงทีสาม : ได้รับการยอมรับและเป็นศูนย์ ศึกษาเรียนรู้การแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน
ตลอดระยะเวลาของการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดให้กับชุมชนและการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆกว่า 10 ปี (2539-ปัจจุบัน) นอกจากจะมีผู้นำชุมชนและชาวบ้านรวมตัวกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ แล้ว ยังหน่วยงานภาคีการพัฒนาที่เห็นคุณค่าของกระบวนการเรียนรู้และจัดการตนเองของคนในชุมชนก็เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้นำและชาวบ้านบ่อมะกรูดได้ทำกิจกรรมพัฒนาหลากหลายรูปแบบ และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นจนเป็นหมู่บ้านที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ เช่น หมู่บ้านปลอดยาเสพติด กองทุนหมู่บ้านดีเด่น
เป็นต้น เป็นการสร้างการเรียนรู้และพัฒนาชุมชนตนเองอย่างเป็นระบบ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชุมชนอื่นๆ ได้เรียนรู้ การทำงานต่อต้านยาเสพติดอย่างจริงจังทำให้คุณธัมมสัญญ์ ได้รับเลือกเป็นกรรมการ ศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติและให้บ้านบ่อมะกรูดเป็นศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชนจังหวัดราชบุรี (ศตส.ปชช.จ.ราชบุรี) ผลจากการขับเคลื่อนภารกิจการต่อสู้กับปัญหายาเสพติดมานานนับสิบปี ได้เกิดองค์ความรู้ประสบการณ์ทำงานและภาคีแนวร่วมภาคประชาชน สามารถเอาชนะปัญหายาเสพติดได้อย่างเด็ดขาด นับเป็นการบ่มเพาะองค์ความรู้ตลอดจนประสบการณ์ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในภารกิจของพลังชุมชน เชื่อมั่นในประสบการณ์และองค์ความรู้จากการทำงานและเชื่อมั่นในพลังของประชาชนที่สามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้จริง ศรัทธาในจิตวิญญาณและพลังใจอันมุ่งมั่นในการอุทิศกาย อุทิศใจ อุทิศตน เข้ามารับผิดชอบในภารกิจศรัทธาในการเป็นเจ้าของพื้นที่ ความเป็นผู้รู้จริงในสภาพปัญหาก่อสำนึกอันแรงกล้าในการเป็นเจ้าของปัญหานำมาสู่ภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการต่อสู้เพื่อเอาชนะปัญหายาเสพติด ได้ในที่สุด
2.2 การค้นหาความดีผ่านกระบวนการการจัดทำแผนแม่บทชุมชน / กระบวนการทำแผนแม่บทชุมชนความเป็นมาและกระบวนการทำแผนแม่บทชุมชนตำบลบ้านฆ้องตำบลบ้านฆ้องยกฐานะเป็นเทศบาลเมื่อปี 2549 ประกอบด้วย 10 หมู่บ้าน มีวัฒนธรรมลาวเวียง 6 หมู่บ้าน และที่เหลือเป็นญวนและไทยกลาง ซึ่งปัจจุบันได้มีผสมผสานเชื้อชาติกันบ้างแล้ว แต่ยังมีประเพณีวัฒนธรรมที่ดีๆ อีกมากมายจุดเริ่มต้นของการจัดการตนเองของชุมชนบ้านฆ้อง มีจุดเริ่มต้นมาจากบ้านบ่อมะกรูดที่มีกิจกรรมอยู่อย่างหลากหลายและเป็นที่ยอมรับของทั้งคนในตำบลบ้านฆ้องเอง และต่างชุมชนออกไป อันได้แก่ การต่อต้านยาเสพติดโดยชุมชน การบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้าน กองทุนแม่ของแผ่นดิน หรือแม้แต่รูปแบบการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการของผู้นำที่มีใจทำงานให้ชุมชนดีขึ้น อย่างที่เรียกว่า "สภาผู้นำ" ก็มีจุดเริมต้นมาจากบ่อมะกรูดด้วยเช่นกัน งานพัฒนาที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาในระดับตำบลมีหลากหลายกิจกรรม จากการทำแผนชุมชนทำให้ได้ข้อมูลครบทุกด้าน ทั้งด้านที่ดี ปัญหา ศักยภาพ ข้อแก้ไข ผลที่เกิดขึ้นจากการทำแผนชุมชนได้แก่การแก้ไขปัญหาความยากจน ซึ่งเข้าไปแก้ไขให้ผู้ลงทะเบียน สย. รวมถึงปัญหาเด็กและเยาวชน นำไปสู่การพึ่งพาตนเองจากสภาพสังคมชนบท กลับกลายมาเป็นชุมชนกึ่งเมือง ของคนในตำบลบ้านฆ้อง ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงเข้ามาผลกระทบทั้งวัฒนธรรมการกิน ได้แก่กินข้าวนอกบ้าน กินอาหารที่ลงโฆษณา ทำให้เกิดความฟุ่มเฟือยในการใช้จ่าย ข้อมูลจากแผนทำให้คนรู้จักการจัดการตนเอง โดยการลดค่าใช้จ่าย (รู้ตัวตน) แผนชุมชนที่สำคัญ ได้แก่ การลดพฤติกรรมการบริโภค ซื้อสินค้าใช้จ่ายในครัวเรือน จากห้างข้างนอก ให้หันมาซื้อสินค้าในหมู่บ้านแทน กิจกรรมหนึ่งที่เป็นข้อตกลงร่วมกันได้แก่ การกู้เงินกองทุนหมู่บ้านต้องจัดทำบัญชีครัวเรือนในหมู่บ้าน จึงจะได้รับการพิจารณาในการกู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านกลุ่มองค์กรทางการเงินที่เข้มแข็ง ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มสัจจะ กองทุนแม่ของแผ่นดิน เป็นต้นได้มีการจัดสวัสดิการให้กับหมู่บ้านโดยการ นำเอาดอกเบี้ยมาใช้จ่ายในค่าน้ำ ค่าไฟ ของศาลเจ้าพ่อ เป็นทุนการศึกษา
ให้กับบุตรของสมาชิก ให้การช่วยเหลือผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาสในหมู่บ้าน ซึ่งนอกจากจะพิจารณาให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษแล้วยังให้กู้ไม่มีคณะทำงานแผนแม่บทความดีชุมชนและการจัดตั้งกลุ่มสภาความดีองค์กรระดับหมู่บ้านคณะทำงานแผนชุมชนมาจากทั้ง 10 หมู่บ้านๆ ละ 5 คน รวม 50 คน และได้คัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนความดี/คนดีชุมชนของตำบลบ้านฆ้อง อีก 17 คน ดังนี้
|
1. นายทองสุข ลาลาด ผู้ประสานงานแผนชีวิตชุมชน |
ทัศนคติความคิดความเชื่อในกระบวนการจัดทำแผนแม่บทความดีชุมชน
บ้านบ่อมะกรูด ตำบลบ้านฆ้องได้รับเลือกให้เป็นศูนย์ประสานการทำแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเอง ของอำเภอโพธาราม อันประกอบไปด้วย10 ตำบล ที่เข้าร่วมการจัดทำแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเองในปี 2548-2549 ในฐานะที่เป็นตำบลที่มีคณะทำงานเข้มแข็งและสามารถเป็นตัวอย่างในการจัดการกับชุมชนของตนเองได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ในการทำงานชุมชนในด้านอื่นๆ มาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การแก้ไขปัญหายาเสพติด การบริหารจัดการกองทุน (กลุ่มออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้าน)จึงได้รับความเชื่อถือจากคณะทำงานแผนชุมชนในอำเภอโพธารามให้ตำบลบ้านฆ้องเป็นศูนย์ในการจัดทำแผนชีวิตชุมชนความดี
สรุปแนวทางการแก้ปัญหาจากแผนแม่บทความดีชุมชน
ผลจากทำแผนแม่บทความดีชุมชนของบ้านบ่อมะกรูดและชาวตำบลบ้านฆ้องทำให้คณะทำงานจัดทำแผนแม่บทชุมชนของตำบลบ้านฆ้องได้รับทราบป้ญหาศักยภาพของชุมชนและทุนทางสังคมคณะทำงานจัดทำแผนแม่บทชุมชนของตำบลจึงได้กำหนดแนวทางการพัฒนาของขบวนชุมชนตำบลบ้านฆ้องดังต่อไปนี้
" ส่งเสริมการออม (โครงการออมทรัพย์กับองค์กรการเงินในชุมชน)
" ส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตจากวัตถุดิบของชุมชน (โครงการผลิตปุ๋ยคอกใช้เอง)
" จัดหาแหล่งเงินทุน / ออมทรัพย์ (โครงการหาแหล่งเงินกู้เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน )
" ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น (โครงการประชาสัมพันธ์จัดทำบัญชีครัวเรือนให้ทั่วถึง)
" จัดตั้งกลุ่มอาชีพเสริม (จัดตั้งกลุ่มอาชีพรายได้)
" ส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมภูมิปัญญาของท้องถิ่น (โครงการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น)
" เพิ่มกิจกรรมให้ผู้สูงอายุให้ดูแลตัวเองได้ (โครงการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมที่เป็น ประโยชน์)
" รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้มีจิตสำนึกในการรักษาความสะอาด
" ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วม
ข้อเสนอแนะต่อแผนแม่บทความดีชุมชนตำบลบ้านฆ้องต่อการจัดทำแผนแม่บทความดีชุมชน
- นำข้อมูลที่ได้รับไปเปิดเวทีต่อสภาองค์กรชุมชน / ต่อเทศบาลตำบล
- ส่งเสริมการศึกษาให้กับเด็กให้เห็นความสำคัญกับภาคเกษตร
บทเรียนการพัฒนาต้องสอดคล้อง สัมพันธ์กับข้อมูล โดยต้องร่วมกันวิเคราะห์โดยมีหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการศึกษา,สาธารณสุข,หน่วยงานในจังหวัดได้แก่ ธกส. /ธนาคารเพื่อการเกษตร / ธนาคารออมสิน,หน่วยงานในท้องถิ่น,เทศบาล เข้าร่วมวิเคราะห์และเสนอเป็นนโยบายไม่ใช่ให้เพียงแค่ภาคประชาชนร่วมวิจารณ์กันเองหน่วยงานต่างๆ ที่กล่าวถึงก็ควรเข้ามาให้การสนับสนุนและให้ควาร่วมมือด้วยต้องทำให้ชุมชนเกิดความตื่นตัวขึ้นมาเพื่อร่วมกันคิดและแก้ไขปัญหาของตนเองและชุมชนเพื่อให้เกิดพลังชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีประสิทธิภาพและศักยภาในตัวเองและเพื่อให้สังคมภาคนอกได้มองเห็น
บทเรียน / อุปสรรค์ที่พบจากการทำแผนความดีชุมชน
- การได้มาซึ่งข้อมูลที่สมบูรณ์ / เป็นจริงยังไม่ค่อยมี อุปสรรค์ของกลุ่มคนที่ให้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อมูลของทางราชการ
- บทเรียนของการสำรจข้อมูล / การรวบรวมข้อมูลที่ค่อนข้างติดขัด
- กลุ่มข้าราชการในพื้นที่มักมองว่าไม่ใช่ปัญหาของตนเอง
- คนในชุมชนยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับกระบวนการทำแผนม่บทชุมชน
- ข้อมูลจากแผนชุมชนที่แกนนำ ได้นำไปดำเนินการกับแผนชุมชนเก่าที่มีอยู่ไม่ต่อเนื่องกันทำให้งานขาดตอนไม่ประติดประต่อทำให้การทำงานเกิดความล้าช้าและไม่ชัดเจน
- การกำหนดแผนพัฒนา การวิเคราะห์และสอดคล้องกับการได้มาของข้อมูล
2.3 การค้นหาความดีโดยกระบวนการการสร้างความยอมรับและรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน (2549)
การรับรองสถานภาพความดีองค์กรชุมชน
การดำเนินงานสร้างการยอมรับและรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนของตำบลบ้านฆ้อง แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1) ระยะการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลกลุ่มองค์กรชุมชน/เครือข่ายองค์กรชุมชน 2) ระยะการวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มองค์กรชุมชน และ 3) ระยะการประกาศการมีตัวตนของกลุ่มองค์กรชุมชนในตำบล จากการสำรวจข้อมูลองค์กรชุมชนในตำบลบ้านฆ้องมีองค์กรทั้งหมด 160 องค์กร และได้รับการรับรองในระดับท้องถิ่นไปแล้วจำนวน 114 องค์กร โดยแบ่งองค์กรชุมชนออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ ได้แก่กลุ่มที่เป็นพื้นฐานที่ต้องมีทุกหมู่บ้านได้แก่ กลุ่มสตรี กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่ม อสม. กลุ่มกองทุนหมู่บ้านกลุ่ม SML. กลุ่มฌาปนกิจ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ได้แก่ กลุ่มผู้ใช้นำ , กลุ่มอุโบสถศีล, กลุ่ม ICT. , กลุ่มเยาชนรุ่นใหม่ใส่ใจชุมชน เป็นต้น
บทเรียนที่ได้ - การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากกระบวนการสร้างการยอมรับและรับรองสถานภาพ
ผลจากการทำงานที่ผ่านมา ทำให้ได้ค้นพบแกนนำรุ่นใหม่เพิ่มมามากขึ้น ได้ค้นพบกลุ่ม-องค์กรชุมชนที่มีศักยภาพ ในด้านการบริหารจัดการตนเอง ได้มีการพึ่งพากันเองระหว่างกลุ่มองค์กรในชุมชนและนอกชุมชน นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้หน่วยงานภาคีได้ให้การสนับสนุนต่อไปอีกด้วย ที่สำคัญคือ กระบวนการทำงานของตำบลบ้านฆ้องต่างมีการสอดรับกันพอดีในการทำงาน การสร้างการยอมรับกลุ่มองค์กรยังเป็นที่มาของการค้นคนดีอีกด้วย
2.4 การค้นหาความดีโดยผ่านกระบวนการการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น (2549)
เป้าหมายของการทำเรื่องฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นของตำบลบ้านฆ้อง เน้นการการสร้างผู้นำ ให้คนเหล่านั้นกล้าที่จะลุกขึ้นมาพูด มาคิด นำเสนอ รับผิดชอบต่อชุมชนท้องถิ่นของตนเอง ให้เกิดการเรียนรู้และการทำงานจริงควบคู่กันไปด้วย ซึ่งมีขึ้นตอนของการฟื้นฟูที่ผ่านมา ดังนี้
กิจกรรมที่ 1 ฟื้นฟูศักยภาพของคนในชุมชน (ผู้ติดยาเสพติด) ใช้กระบวนการพัฒนาคนและดึงเอาทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดในชุมชนคืนกลับมา
กิจกรรมที่ 2 อบรมเยาวชนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในลักษณะเข้าค่าย โดยให้ผู้ปกครองเข้าร่วมในกิจกรรมเหล่านั้นด้วย
กิจกรรมที่ 3 การยกย่องครอบครัวที่ผ่านพ้นปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาวิกฤติในครอบครัว
กิจกรรมที่ 4 การติดตามงานในระดับตำบล
กิจกรรมที่ 5 รวมขั้นตอนการทำกิจกรรม รูปเล่ม ภาพถ่ายวีดีโอ รวมถึงข้อมูลทั้งหมด ให้เป็นที่ศึกษาเรียนรู้ได้
สามารถสื่อกระบวนการเรียนรู้ ถ่ายทอดออกมาเป็นองค์ความรู้ในกระบวนการทำกิจกรรม
ในปัจจุบันได้ดำเนินกิจกรรมลำดับที่ 1- 3 เสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินกิจกรรมในลำดับถัดไป
2.5 การค้นหาความดี
การค้นหาความดี / ยกย่องคนดีศรีสังคม
จากการทำงานที่ผ่านมาของทั้งชุมชนบ่อมะกรูดและบ้านฆ้อง ต่างสอดรับกับกระบวนการพัฒนาต่างๆ ที่หน่วยงานภาคีพัฒนาเข้ามาสนับสนุนทำให้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า การจัดการตนเองของคนในชุมชนบ้านฆ้องมาถูกทางแล้วซึ่งโครงการค้นหาความดี ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาแผ่นดินเชิงคุณธรรมให้ค้นหาความดีและยกย่องคนดีในสังคม ในการค้นหาและยกย่องคนดีศรีสังคม คณะทำงานได้ใช้กระบวนการทำงานต่าง ๆ ที่มีอยู่ก่อนแล้ว เช่น เรื่องยาเสพติด, กองทุนต่างๆ การทำกิจกรรมช่วยเหลือกันในสังคมถือเป็นกระบวนการคัดกรองคนในชุมชนไปในตัวเพราะการทำงานที่ผ่านมา มีข้อมูลประกอบไว้หมดแล้ว เช่น ในบ้านบ่อมะกรูดเองคนในหมู่บ้านต่างรับรู้กันหมดว่าแต่ละครอบครัวมีความเป็นอยู่อย่างไร และสามารถแยกแยะได้ว่าคนดีต้องมีคุณสมบัติที่ประกอบไปด้วย คนที่หากินสุจริต ประพฤติดี มีทั้งคุณธรรมจริยธรรม โอบอ้อมอารีย์ ไม่ทำผิดกฎหมาย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการช่วยเหลือสังคม เพราะการเสียสละ ถือว่ามีความสำคัญมากกับการจะได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดีกระบวนการดำเนินงานตามโครงการของศูนย์คุณธรรม ยังอยู่ระหว่างการเริ่มต้น ในช่วงนี้ยังไม่มีการนำเสนอรายชื่อผู้ที่เป็นคนดี การทำงานจึงใช้กระบวนการค้นหาองค์กรชุมชนก่อน (ใช้องค์กรชุมชนเป็นตัวแทนของตัวบุคคล) ให้มีการยอมรับและยกย่ององค์กรชุมชน กลุ่มในชุมชน ที่มีศักยภาพก่อน ส่วนการระบุชื่อบุคคลที่เป็นคนดีนั้นจะไว้ในช่วงสุดท้าย ซึ่งในขั้นตอนนั้นจะให้คณะทำงานระดับตำบลมาพิจารณาคนดีและยกย่องคนดี
ร่วมกัน
2.6 กลุ่มกองทุนแม่ของแผ่นดิน ( 12 สิงหาคม 2548 )
วิกฤติยาเสพติด นับแต่จะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระพรมราชินีนาถ ซึ่งเป็น "พ่อและแม่ของแผ่นดิน" ทรงมีความห่วงใย เมื่อครั้งได้ทรงเสด็จประภาสทางภาคอีสานจึงได้นำพระราชทรัพย์พระราชทาน เป็นกองทุนขวัญถุงอยู่ในทุกหมู่บ้าน/ชุมชนที่ต่อสู้กับยาเสพติด เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวของผู้คน และเป็นสัญลักษณ์ของความห่วงใย โดยให้เรียกกองทุนนี้ว่า "กองทุนแม่ของแผ่นดิน"
บ้านบ่อมะกรูด หมู่ 7 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านแรกของจังหวัดราชบุรี เพื่อเข้ารับกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยได้รับพระราชทาน
จำนวน 159,056 บาท มีกิจกรรม ดังนี้
1. ออกเยี่ยมผู้สูงอายุและผู้เจ็บป่วยในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงทุกๆ เดือน
2. เลี้ยงอาหารผู้สูงอายุ เด็ก เยาวชน จัดแข่งขันกีฬา และตรวจสุขภาพ
3. ให้พวงหรีดเคารพศพ และร่วมเป็นเจ้าภาพ ในงานฌาปนกิจศพคนในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียง
4. ให้ทุนการศึกษาเด็ก-เยาวชนทุกระดับ
5. แจกข้าวสารจากธนาคารข้าว ให้กับผู้ด้อยโอกาส คนพิการ
6. อบรมเยาวชนด้านดนตรีไทย ละครเวที และอบรมห่างไกลยาเสพติด
7. สร้างความสมานฉันท์ในชุมชนโดยการเอื้ออาทร
8. ประสานงานภาครัฐ-เอกชน-ภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมอาชีพในชุมชนทุกกลุ่มแบบเศรษฐกิจพอเพียง
3. สภาองค์กรความดีชุมชนในระดับตำบล
" การจัดตั้งสภาองค์กรความดีในระดับชุมชน เกิดการทำแผนแม่บทชุมชนเมื่อปี 48 จากการที่จัดทำแผนความดีชุมชนก็จะมองเห็นคณะทำงานที่ชัดเจนขึ้นซึ่งแต่ละหมู่บ้านและคณะทำงานมีหน้าที่จัดเก็บข้อมูลโดย
ประสานกับองค์กรต่างๆในหมู่บ้านมารับรองสถานภาพว่ามีตัวตนมีโครงสร้างในปัจจุบันยังดำเนินงานอยู่เมื่อได้คนแล้วได้ข้อมูลแล้วก็เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สังเคราะห์ปัญหาในชุมชนโดยแต่ละกลุ่มมาสร้างเวทีประชุมปรึกษาหารือที่เราเรียกกันว่าสภาองค์กรชุมชน บ้านบ่อมะกรูดหมู่ 7 ได้ทำเรื่องสภาผู้นำอยู่แล้ว โดยเกิดจากการได้ไปศึกษาดูงานที่บ้านหนองกลางดง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงปี 2543 ได้เอาเนื้องานมาประยุกต์ใช้ โดยจะเป็นรูปแบบการประชุมพูดคุยกัน โดยการนำของอาจารย์ทองสุข ที่เป็นผู้นำธรรมชาติไม่ใช่ผู้นำที่แต่งตั้งมาจากทางการ สาเหตุที่ใช้การประชุมนั้น เพราะในช่วงก่อนหน้านั้นการประชุมพูดคุยกันของแต่ละกลุ่มจะกระจายไปประชุมพูดคุยตามบ้านประธานกลุ่มบ้าง วัดบ้าง จึงเกิดแนวคิดว่าจะจัดประชุมในที่เดียวกัน ครั้งเดียวกัน เมื่อกลับจากไปศึกษาดูงานมา จึงจัดสถานที่บ้านคุณธัมมสัญญ์เป็นศูนย์การเรียนรู้ฯ และจัดประชุมสภาผู้นำที่