1.6.6

ข่าวน่าสนใจ

Page 1 of 113  > >>

Sep 19, 2017
Category: General
Posted by: tammasan
CMS - 1.6.6 - Bonde
 

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรี

อำเภอเมือง

 ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อยู่ในบริเวณบ้านพักทหารช่างราชบุรี ค่ายภาณุรังษี ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๖๐๐ เมตร เป็นหลักเมืองเก่าที่สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ตั้งอยู่ริมถนนวรเดช ตำบลหน้าเมือง ใกล้กับหอนาฬิการิมแม่น้ำแม่กลอง อาคารพิพิธภัณฑ์เคยใช้เป็นศาลากลางจังหวัดมาก่อน สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๖ เมื่อปี พ. ศ. ๒๔๖๕ และได้รับการบูรณะเพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในปี พ. ศ. ๒๔๓๑ จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับราชบุรีในทุกด้าน อาทิ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชาติพันธุ์วิทยา ธรณีวิทยา ศิลปะพื้นบ้าน เครื่องมือเครื่องใช้ในการจับสัตว์น้ำ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของกลุ่มชนต่าง ๆ ในจังหวัดราชบุรี เช่น ลาวโซ่ง กะเหรี่ยงและไท-ยวน รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัด โบราณวัตถุที่โดดเด่นนอกจากพระแสงดาบราชศัสตราประจำมณฑลราชบุรีแล้ว ยังมี พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี ศิลปะขอมแบบบายน เป็น ๑ ใน ๕ องค์ที่ขุดพบในประเทศไทยซึ่งมีสภาพสมบูรณ์งดงามที่สุด พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙. ๐๐– ๑๖. ๐๐ น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชม ชาวไทย ๑๐ บาท ( เด็กเข้าชมฟรี) ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๓๒๓๒ ๑๕๑๓ โทรสาร ๐ ๓๒๓๒ ๗๒๓๕

หลวงพ่อแก่นจันทน์ ประดิษฐานอยู่ที่วัดช่องลม ใกล้บริเวณเมืองเก่า ริมถนนวรเดช ใจกลางเมืองราชบุรี เป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร สร้างด้วยโลหะทองคำสัมฤทธิ์ ส่วนล่างแกะสลักจากไม้จันทน์ซึ่งเป็นไม้เนื้อหอม สูงประมาณ ๒ . ๒๖ เมตร เป็นพระพุทธรูปที่เคารพนับถือกันมาก

วัดมหาธาตุวรวิหาร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดหน้าพระธาตุ หรือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ถนนเขางู ตำบลหน้าเมือง ในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี วัดนี้สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ - ๑๖ ไล่เลี่ยกับการสร้างเมืองราชบุรีเก่า ต่อมาได้มีการสร้างปราสาทศิลปะเขมรหรือลพบุรีซ้อนทับ ราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๘ เพื่อเป็นศูนย์กลางของเมือง ตามความเชื่อเรื่องคติจักรวาลของเขมร ต่อมาปราสาทที่สร้างขึ้นอาจจะหักพังลง จึงมีการสร้างปรางค์ใหม่ต้นสมัยอยุธยา ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐–๒๑ ดังปรากฎรูปแบบสถาปัตยกรรมปัจจุบันซ้อนทับ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ วิหารหลวง ประดิษฐานพระมงคลบุรี พระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๘ ศอก ๑ คืบ ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น พระพักตร์สุโขทัย พระองค์ยาว พระชาณุสั้น ( ตัวยาวเข่าสั้น) หันหน้าสู่ทิศตะวันออก ด้านหลังสร้างพระหันหลังให้กันอีกองค์หนึ่ง หันหน้าสู่ทิศตะวันตก หมายความถึง อาราธนาให้ช่วยระวังภัยพิบัติหน้าหลัง เรียกพระรักษาเมือง ตามความเชื่อของคนสมัยอยุธยา ด้านหน้าวิหารมีกำแพงแก้วก่อด้วยศิลาแลง

ปรางค์ องค์พระปรางค์มีความสูง ๒๔ เมตร ปรางค์ประธานและปรางค์บริวารทิศใต้ ทิศตะวันตก ทิศเหนือตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ส่วนทางทิศตะวันออกมีมุขยื่นออกมา มีบันไดขึ้น ฐาน เรือนธาตุและส่วนยอดประดับด้วยลายปูนปั้น ภายในองค์ปรางค์ประธานมีคูหาเชื่อมถึงกันผนังส่วนบนเขียนภาพอดีตพระพุทธเจ้าในซุ้มเรือนแก้วเป็นแถวเรียงต่อกัน ตอนล่างเป็นพุทธประวัติ สันนิษฐานว่าเขียนพร้อมกับการสร้างองค์ปรางค์และซ่อมแซมพร้อมกับองค์ปรางค์ในเวลาต่อมาราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒ บริเวณฐานระเบียงมีทางเดินได้รอบ วิหารคตรอบลานพระปรางค์ มีพระพุทธรูปศิลาสมัยทวารวดี สมัยลพบุรีและสมัยอยุธยาประดิษฐานอยู่โดยรอบ ด้านหน้าพระปรางค์มีอาคารประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น สร้างในสมัยอยุธยา มีความยาว ๑๒๗ คืบ ๙ นิ้ว และที่วัดนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโอ่ง ไห แบบต่างๆ

การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปประมาณ ๒๐๐ เมตร สอบถาม รายละเอียด โทร . ๐ ๓๒๓๒ ๑๕๙๗, ๐ ๓๒๓๒ ๖๖๖๙

วัดเขาวัง ตั้งอยู่บนเขาสัตตนาถ ซึ่งเป็นภูเขาลูกย่อม ๆ สูงประมาณ ๔๔ เมตร อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๒ กิโลเมตร มีทางรถยนต์ขึ้นถึงยอดเขา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังบนเขานี้เมื่อ พ. ศ. ๒๔๑๖ เช่นเดียวกับที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงรับสั่งให้สร้างนารายณ์ราชนิเวศน์ ที่เมืองลพบุรี แต่พระองค์เคยเสด็จไปประทับเพียงครั้งเดียวเมื่อ พ. ศ. ๒๔๒๐ เพื่อออกรับราชทูตโปรตุเกส หลังจากนั้นไม่ได้เสด็จไปประทับอีกเลยจนตลอดรัชกาล ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๗ โปรดเกล้าฯ อุทิศให้เป็นธรณีสงฆ์ ซึ่งมีผู้มีจิตศรัทธาได้ซ่อมแซมบางส่วนดัดแปลงตำหนักต่าง ๆ เป็นโบสถ์ กุฏิสงฆ์ และต่อมาได้ยกฐานะขึ้นเป็นวัด ด้านบนสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ตัวเมืองราชบุรีโดยรอบ

เมืองโบราณบ้านคูบัว ตั้งอยู่ที่ตำบลคูบัว เป็นโบราณสถานที่ขุดค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีหลายอย่างซึ่งชี้ให้เห็นว่า ดินแดนราชบุรีแห่งนี้ เคยเป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรืองในยุคทวารวดี สถาปัตยกรรมในเมืองโบราณคูบัวได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะจากช่างสมัยราชวงศ์คุปตะ ประเทศอินเดีย และมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า พุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองในประเทศไทยมามากกว่า ๑ , ๐๐๐ ปี ส่วนโบราณวัตถุสำคัญต่าง ๆ ที่ค้นพบโดยเฉพาะเศียรพระพุทธรูปสมัยโบราณ เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี และบางส่วนเก็บรักษาไว้ที่วัดโขลงสุวรรณคีรี เมืองโบราณบ้านคูบัวพบหลักฐานกระจัดกระจายทั่วบริเวณหลายแหล่ง อาทิ โบราณสถานวัดโขลง ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าวัดโขลงสุวรรณคีรี ห่างจากตัวเมืองราชบุรีไปทางทิศใต้ตามถนนท้าวอู่ทองประมาณ ๕ กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีมุขยื่นออกมาทางด้านทิศเหนือและด้านใต้ด้านละ ๓ มุข ทางด้านตะวันออกมีมุขยื่นออกมาเป็นบันไดทางขึ้น ฐานชั้นล่างสุดเป็นฐานสี่เหลี่ยมก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน มีมุขยื่นออกมาจากฐานด้านข้างด้านละ ๓ มุม ฐานชั้นที่สองเป็นฐานบัวโค้ง ถัดขึ้นไปเป็นอิฐก่อเป็นช่องซุ้มรูปสี่เหลี่ยม

ประดับปูนปั้นรูปบัวฟันยักษ์ ชั้นถัดไปเป็นฐานหน้ากระดานรองรับซุ้มสี่เหลี่ยมผืนผ้า เหนือขึ้นไปเป็นเสาอิงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ระหว่างเสาเจาะเป็นซุ้มจระนำยอดแหลมสลับกับเสาอิงไปตลอดผนัง ส่วนบนของฐานโบราณสถานเป็นลานประทักษิณ ในการขุดแต่งได้พบปูนปั้นรูปเศียรเทวดา คนแคระ เชิงเทียนสำริดและลวดลายปูนปั้นอื่นๆ

โบราณสถานหมายเลข ๘ ตั้งอยู่ด้านหลังโรงเรียนวัดคูบัว มีลักษณะเป็นฐานเจดีย์ มีแผนผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างยาวด้านละ ๒๐ . ๘๐ เมตร ความสูง ๕. ๔๐ เมตร ฐานชั้นล่างเป็นฐานสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ก่ออิฐสอปูน ถัดขึ้นไปเป็นฐานบัวโค้งรองรับหน้ากระดานมีช่องซุ้มสี่เหลี่ยมโดยรอบ ด้านบนเป็นลานประทักษิณ ชั้นที่สองเป็นฐานขององค์เจดีย์ มีฐานบัวโค้งรองรับหน้ากระดานซึ่งมีซุ้มสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กรององค์เจดีย์ มีร่องรอยของปูนฉาบ ที่ฐานบัวโค้งแต่ไม่ปรากฏร่องรอยการประดับประติมากรรมปูนปั้น

จิปาถะภัณฑ์สถานบ้านคูบัว ตั้งอยู่หมู่ ๖ ตำบลคูบัว บริเวณวัดโขลงสุวรรณคีรี เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของชุมชนบ้านคูบัว ด้วยความริเริ่มของชุมชนหลายองค์กรในพื้นที่ ภายในอาคารแบ่งออกเป็น ๒ ชั้น จัดแบ่งออกเป็นห้องๆ ชั้นล่างจัดแสดงศิลปวัตถุโบราณสมัยทวารวดี หุ่นขี้ผึ้งจำลองการริเริ่มโครงการพิพิธภัณฑ์ ห้องแสดงวิถีชีวิตของชุมชุนไท - ยวนที่ได้เคลื่อนย้ายจากเมืองเชียงแสนเมื่อปี พ. ศ. ๒๓๔๗ มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองราชบุรี อาทิ เครื่องมืออุปกรณ์การประกอบอาชีพทำนา การเกษตร ชั้นบนจัดแสดงภูมิปัญญาการทอผ้าจกไท- ยวนเชียงแสน ห้องแสดงผ้าจกไท- ยวน เชียงแสนดั้งเดิมที่มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี จนถึงปัจจุบันและผ้าจกของลูกหลานไท- ยวน และห้องแสดงการแต่งกายของชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในจังหวัดราชบุรี อาทิ ยวน โซ่ง

ลาวเวียง มอญ กระเหรี่ยง จีน ไทยพื้นถิ่น เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘ . ๐๐- ๑๖. ๓๐ น. ( ควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) สอบถาม รายละเอียด โทร . ๐ ๑๗๖๓ ๑๙๘๙ ( ดร . อุดม สมพร)

สวนสาธารณะจักรีอนุสรณ์สถาน ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาแก่นจันทน์ ริมถนนเพชรเกษม เป็นสวนสาธารณะ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช อันเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อสักการะและรำลึกถึงพระองค์

เขาแก่นจันทน์ เดิมชื่อ เขาจันทน์แดง มีความสูงประมาณ ๑๔๑ เมตร เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัด มีถนนตัดขึ้นไปถึงยอดเขา บนยอดมีวิหารประดิษฐานพระพุทธนิโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า พระสี่มุมเมือง เป็นพระ ๑ ใน ๔ องค์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น แล้วพระราชทานไปประดิษฐานไว้ ณ เมืองต่าง ๆ สี่เมืองได้แก่ ราชบุรี ลำปาง สระบุรี และพัทลุง เปิดเวลา ๐๗ . ๐๐- ๑๘. ๐๐ น. ด้านบนสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ตัวเมืองราชบุรีได้

เขาหลวง อยู่ในเขตตำบลอ่างทอง บนยอดเขาเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหินซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไป ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ของทุกปี มักมีผู้มานมัสการองค์พระนับเป็นเวลากว่า ๒๐๐ ปีมาแล้ว ด้านบนสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ตัวเมืองราชบุรีได้

เขาน้อยเทียมจันทร์ ตั้งอยู่ที่ตำบลอ่างทอง อยู่เลยเขาหลวงไปตามถนนเพชรเกษม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๑๐ กิโลเมตร พระอุโบสถหลังเก่าสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป ๒ องค์ ทำด้วยศิลาแลง ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อเขาน้อย ซึ่งเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ด้านบนมีรอยพระพุทธบาทจำลองและสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ตัวเมืองราชบุรีได้

วัดหนองหอย ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตำบลเขาแร้ง บนยอดเขาแร้ง เป็นที่ตั้งของพระวิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิม มีความสูง ๑๖ เมตร หน้าตักกว้าง ๙ เมตร และอีกด้านหนึ่งของยอดเขาประดิษฐานพระพุทธรัตนโกสินทร์มหามุณี ( หลวงพ่อใหญ่) เป็นวัดที่มีผู้ศรัทธานิยมมาไหว้พระกันมาก เปิดระหว่างเวลา ๐๗. ๐๐- ๑๗. ๐๐ น. มีงานประจำปีในช่วงเทศกาลตรุษจีน

การเดินทาง รถยนต์ วัด อยู่ห่างจากตัวจังหวัดราชบุรีประมาณ ๑๓ กิโลเมตร ไปตามเส้นทางถนนสายเขางู – เบิกไพร ประมาณ ๕ กิโลเมตร รถยนต์สามารถขึ้นไปถึงบริเวณวิหารได้

รถโดยสารประจำทาง สามารถนั่งรถประจำทางจากตลาดในตัวเมืองหน้าธนาคารออมสิน สายราชบุรี - หนองหอย มาลงที่หน้าวัด

 

อำเภอวัดเพลง

วัดเพลง เป็นอำเภอเล็กๆ อยู่ติดกับอำเภอเมือง เดิมมีชื่อว่า “ บ้านเพลง” ในสมัยก่อนอยู่ห่างไกลเส้นทางคมนาคม มีบ้านเรือนอยู่เป็นหย่อมๆ แต่มีนักร้องร้องเพลงพวงมาลัยกันเสมอ มีพ่อเพลงแม่เพลง ร้องเพลงแก้กัน ร้องสู้กันได้สามวันสามคืน หรือ เจ็ดวันเจ็ดคืน โดยไม่แพ้ชนะกัน จึงได้ชื่อว่าบ้านเพลง ปัจจุบันยังคงบรรยากาศสงบ ร่มเย็น ตามวิถีชนบทบ้านสวนริมคลองเอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจ บางครั้งหากมีโอกาสดีๆอาจพบเห็นชาวสวนเก็บมะพร้าวร้อยพวงยาวลากตามร่องสวน กรรมวิธีขนส่งพืชผลแบบพื้นบ้านที่หาชมได้ยาก แวะไปชมโบสถ์คริสต์วัดพระหฤทัยอายุ ๑๐๐ ปี ( วัดพระหฤทัย โทร . ๐ ๙๙๑๓ ๙๓๘๓, ๐ ๓๒๓๙ ๙๒๗๗) เด่นสง่างดงามตามสไตล์ตะวันตก

การเดินทาง จากถนนมนตรีสุริยวงศ์ เลียบแม่น้ำแม่กลองไปจนสุดถนนสาย ๓๐๘๘ เลียบแม่น้ำอ้อมผ่านสวนมะพร้าวที่ร่มครึ้ม

 

อำเภอดำเนินสะดวก

รอยัลไทย แฮนด์ดิคราฟ เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่เลขที่ ๒๔๐ หมู่ ๖ อยู่เลยจากแยกบางแพไปประมาณ ๑๑ กิโลเมตร เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ กิโลเมตรที่ ๑๕ เป็นศูนย์แกะสลักไม้สักเป็นรูปแบบต่าง ๆ เพื่อประดับตกแต่งและเป็นเฟอร์นิเจอร์ อาทิ ภาพไม้แกะสลัก ชุดโต๊ะรับแขก ตู้ใส่ไวน์ ม่านกันห้อง มีสาธิตการทำกระดาษสา การแกะสลักไม้เป็นลวดลายต่างๆ และมีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกไว้สำหรับนักท่องเที่ยว อาทิ กระเป๋า โคมไฟ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘ . ๐๐- ๑๗. ๐๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๒๒๕ ๓๐๑๐- ๓๐ หรือ www.thairtc.com, E-mail: royal@infonews.co.th

วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลแพงพวย ถนนบางแพ- ดำเนินสะดวก หากเดินทางมาจากบางแพ วัดอยู่ขวามือก่อนถึงแยกดำเนินสะดวก ๑๐ กิโลเมตร พระอุโบสถสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลายและเป็นที่เก็บรักษาพระพุทธรูปหยกปางต่าง ๆ ภายในวัดมีอุทยานการศึกษาและสวนป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯพื้นที่กว่า ๒๐๐ ไร่ วัดนี้ได้รับรางวัลสวนป่าดีเด่นจากกรมป่าไม้ ประจำปี ๒๕๓๙ นอกจากนี้ยังเป็นสำนักเรียนภาษาบาลีประจำจังหวัด มีนิทรรศการเกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุ และมีการสอนปฏิบัติธรรมวิปัสสนาสำหรับชาวไทยและชาวต่างประเทศทุกวันอาทิตย์ เวลา ๐๙. ๓๐- ๑๒. ๓๐ น. และมีการอบรมธรรมปฏิบัติทุกปีๆละ ๒ รุ่น สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๓๒๒๔ ๖๐๙๐- ๖ ต่อ ๑๙๐, ๒๒๐ หรือ www.dhammakaya.org, E-mail: info@dhammakaya.org

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก หรือที่รู้จักกันทั่วไปในนามตลาดน้ำคลองต้นเข็ม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากของราชบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯราว ๘๐ กิโลเมตร ในราวปี พ . ศ. ๒๔๐๙ รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองดำเนินสะดวกระยะทางกว่า ๓๒ กิโลเมตร เชื่อมแม่น้ำแม่กลองที่บางนกแขวกกับแม่น้ำท่าจีนที่ประตูน้ำบางยาง และมีคลองซอยเล็ก ๆ มากมาย ทำให้ชาวบ้านในราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร สามารถติดต่อกันทางน้ำได้สะดวก

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก เปิดตัวสู่สายตาชาวโลกในฐานะแหล่งท่องเที่ยวครั้งแรกเมื่อปี พ . ศ. ๒๕๑๐ ในภาพของตลาดลอยน้ำที่คราคร่ำไปด้วยเรือพายลำย่อม บรรทุกสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ พ่อค้าแม่ค้าสวมเสื้อผ้าโทนสีเข้มแบบชาวสวน ใส่หมวกงอบใบลาน พายเรือเร่ขายแลกเปลี่ยนสินค้าในยามที่เส้นทางคมนาคมทางน้ำเป็นหัวใจหลัก ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเริ่มค้าขายตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงช่วงประมาณ ๑๒. ๐๐ น. ส่วนตลาดน้ำวัดปราสาทสิทธิ์ซึ่งเป็นตลาดน้ำที่ยังคงวิถีชีวิตเดิม ๆ อยู่มากจะเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ และจะวายตั้งแต่ก่อน ๐๘. ๐๐ น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอำเภอดำเนินสะดวก โทร. ๐ ๓๒๒๔ ๑๐๒๓, ๐ ๓๒๓๔ ๖๑๖๑

 

อำเภอบ้านโป่ง

อดีตสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ บ้านโป่งเคยเป็นค่ายทหารญี่ปุ่น เป็นจุดเริ่มต้นทางรถไฟสายมรณะ ณ สถานีรถไฟหนองปลาดุก ก่อนผ่านเข้าสู่กาญจนบุรี เพื่อขยายกำลังไปสู่พม่า ปัจจุบันอำเภอบ้านโป่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมประกอบรถบัสที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งจนได้รับขนานนามว่า ดีทรอยต์เมืองไทย

บึงกระจับ ตั้งอยู่ที่หมู่ ๔ ตำบลหนองกบ เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดและที่บึงนี้มีการเล่นเจ็ตสกี พายเรือแคนู มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในเขตอำเภอบ้านโป่งและอำเภอโพธาราม การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ก่อนถึงอำเภอบ้านโป่งประมาณ ๓ กิโลเมตร จะเห็นวัดบึงกระจับอยู่ทางขวามือ เข้าไปประมาณ ๑ กิโลเมตร

อุทยานบ้านปลาและสวนผีเสื้อมนชิดา ตั้งอยู่เลขที่ ๙๐ หมู่ ๑ ตำบลหนองอ้อ ทางไปโครงการส่งน้ำนครชุม อยู่ติดหมู่บ้านกรุณาการ์เด้นวิลล์ จัดแสดงพันธุ์ปลาสวยงามแปลกๆ มากมาย ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ อาทิ จากทวีปอเมริกา - ทวีปอัฟริกา มีการจัดแบ่งบริเวณในพื้นที่เป็นส่วนต่างๆ ทำให้สามารถเดินเที่ยวชมได้สะดวก เช่น อาคารแสดงพันธุ์ปลาสวยงาม อาคารปลาหางนกยูง อาคารปลาเทวดา อาคารปลาทอง อาคารแสดงพันธุ์ปลาหมอแคระ เป็นต้น และมีการจำลองน้ำตก บ่อปลาและตู้ปลาของพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ นอกจากนี้ยังมีสวนผีเสื้อมนชิดา ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับวงจรชีวิตของผีเสื้อในธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เช่น การกินน้ำหวาน การวางไข่ หรือ แม้กระทั่งการออกจากดักแด้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๙. ๐๐- ๑๘. ๓๐ น. ( ปิดจำหน่ายบัตรเวลา ๑๘. ๐๐ น.) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๒๒๑ ๒๐๔๒

การเดินทาง รถยนต์ ใช้เส้นทางสายปิ่นเกล้า - นครชัยศรี หรือ ถนนเพชรเกษม ผ่านจังหวัดนครปฐม ไปตามทางหลวงหมายเลข ๔ จากนั้นแยกไปทางอำเภอบ้านโป่ง ก่อนถึงอำเภอบ้านโป่ง ประมาณกิโลเมตรที่ ๗๔– ๗๕ จะเห็นแยกเลี้ยวซ้ายไปประมาณ ๑ กิโลเมตร เข้าอุทยานบ้านปลามณชิดา ( อยู่ติดกับตลาดสหกรณ์ปลาสวยงามบ้านโป่ง )

รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ นั่งรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งสายใต้ สายกรุงเทพฯ - บ้านโป่ง- กาญจนบุรี มาลงที่อำเภอบ้านโป่ง แล้วต่อรถโดยสารมาที่อุทยานบ้านปลา

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง ตั้งอยู่ภายในวัดม่วง ตำบลบ้านม่วง ริมแม่น้ำแม่กลอง วัดม่วงเป็นวัดเก่าแก่ ตามประวัติบอกไว้ในคัมภีร์ใบลานเขียนด้วยอักษรมอญว่า มีอายุอยู่ในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ในช่วงเวลานั้น ชุมชนบ้านม่วงและบริเวณสองฝั่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง มีกลุ่มชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายมอญ อยู่ร่วมกันกับกลุ่มชนอื่น เช่น ไทย จีน ลาว ญวน เขมรและกะเหรี่ยง มีการผสมผสานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างกัน เกิดเป็นเอกลักษณ์ของคนในท้องถิ่นและความที่ชุมชนบ้านม่วงมีวิถีชีวิตผูกผันอยู่กับประเพณีและความเชื่อดั่งเดิม ทำให้ชุมชนแห่งนี้เป็นขุมทรัพย์ทางความรู้ด้านมอญศึกษาแก่ผู้สนใจมากมาย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งค้นคว้ารวบรวมประวัติความเป็นมา วิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่นชาวมอญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แบ่งการจัดแสดงออกเป็นห้องต่างๆ สามารถเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายโดยเริ่มจาก ห้องโถง มอญในตำนาน มอญในทางประวัติศาสตร์ ภาษามอญและจารึกภาษามอญ ประเพณีวัฒนธรรมมอญ มอญอพยพ มอญในไทยและผู้นำทางวัฒนธรรม มีการจัดแสดงโบราณวัตถุ คัมภีร์ใบลานที่เขียนด้วยอักษรมอญมีอายุกว่า ๓๐๐ ปี เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่บ่งบอกถึงมรดกทางภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจ ให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของลุ่มน้ำแม่กลองในอดีต ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจสังคม วัฒนธรรมของชุมชนบ้านม่วงกับชุมชนในเขตอำเภอบ้านโป่งและอำเภอโพธาราม

นอกจากนั้นภายในวัดยังมีศูนย์มอญศึกษา เปิดสอนภาษามอญให้กับบุคคลทั่วไปทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วงเปิดให้เข้าชมในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙ . ๐๐– ๑๖. ๐๐ น. โดยไม่เสียเข้าชม ( หากสนใจเข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม และ เข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อล่วงหน้าหรือทำหนังสือเรียนเจ้าอาวาสวัดม่วง) สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๓๒๓๗ ๒๕๔๘, ๐ ๖๐๐๔ ๐๗๘๖, ๐ ๙๘๘๕ ๘๘๑๗ หรือ www.monstudies.org พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วงขอเชิญชวนผู้เข้าชมที่เดินทางมาเป็นหมู่คณะตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไปลองลิ้มชิมรสอาหารคาวหวานพื้นบ้านแบบมอญ เช่น แกงบอน น้ำปลายำ แกงมะตาด ในราคาเป็นกันเอง ติดต่อล่วงหน้าที่คุณสอางค์ พรหมอินทร์ บริเวณวัดยัง มีศูนย์ทอผ้าพื้นบ้าน จำหน่ายผ้าทอมือ ผ้าขาวม้าฝีมือชาวบ้าน เปิดทุกวัน เวลา ๐๙ . ๐๐- ๑๘. ๐๐ น. โทร. ๐ ๖๑๑๑ ๑๓๖๗

การเดินทาง รถยนต์ จากตัวเมืองราชบุรีไปตามทางหลวงหมายเลข ๔แล้วแยกเข้าอำเภอบ้านโป่ง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๙ ( โคกสูง- เบิกไพร) ( ทางไปถ้ำเขาช่องพราน) จากนั้นข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลองตรงไปประมาณ ๗ กิโลเมตรและจากปากทางแยกเข้าไปอีก ๒. ๕ กิโลเมตร ก็จะถึงพิพิธภัณฑ์

รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ นั่งรถสายกรุงเทพฯ - กาญจนบุรีมาลงที่อำเภอบ้านโป่ง แล้วนั่งรถโดยสารประจำทางสายบ้านโป่ง- โพธาราม มาลงที่หน้าวัดม่วง

 

อำเภอโพธาราม

พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน ตั้งอยู่ที่วัดขนอน ตำบลสร้อยฟ้า ริมแม่น้ำแม่กลอง อยู่ห่างจากตัวอำเภอโพธารามประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ลักษณะเป็นเรือนไทย จัดแสดงนิทรรศการหนังใหญ่ ประวัติความเป็นมาของหนังใหญ่และกรรมวิธีการแกะสลักตัวหนังใหญ่ มีตัวหนังจำนวน ๓๑๓ ตัวที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ส่วนใหญ่เป็นตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์ แบ่งเป็นชุดหนุมานถวายแหวน ชุดสหัสสกุมาร และเผากรุงลงกา ชุดศึกอินทรชิตครั้งที่ ๑ เป็นโครงการตามพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงเห็นคุณค่าในการแสดงและศิลปะหนังใหญ่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นการละเล่นชั้นสูง ตัวหนังมีการแกะสลักลวดลาย ใช้วงมโหรีปี่พาทย์เป็นเครื่องดนตรีประกอบ พร้อมกับลีลาของคนเชิดประกอบบทพาทย์และบท

ร้อง ทรงมีพระราชดำริให้ทางวัดช่วยกันอนุรักษ์ตัวหนังใหญ่ ซึ่งท่านพระครูศรัทธาสุนทร ( หลวงปู่กล่อม) อดีตเจ้าอาวาสวัดขนอนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นผู้สร้างขื้น ด้วยท่านเป็นผู้มีความรู้ทางด้านช่างและประกอบกับในขณะนั้นมีตัวหนังอยู่บ้างที่วัด ท่านจึงมีความคิดที่จะสร้างตัวหนังใหญ่ให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิมจึงได้ชักชวนครูอั๋งผู้เคยเป็นโขนคณะเจ้าเมืองราชบุรี ช่างจาดและช่างจ๊ะชาวราชบุรี และช่างพ่วงชาวบ้านโป่งมาช่วยกันสร้างตัวหนัง ชุดแรกคือ ชุดหนุมานถวายแหวน ต่อมาได้สร้างเพิ่มอีกรวมเก้าชุด นับเป็นสมบัติของวัดที่ได้ร่วมรักษาสืบทอดกันมา ทางวัดจึงได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้น นับเป็นวัดเดียวที่มีมหรสพของวัด ตัวหนังและคณะหนังใหญ่ที่สมบูรณ์อยู่ในความอุปถัมภ์ของวัดและยังคงมีการจัดการแสดงหนังใหญ่สืบทอดต่อมาจนถึงทุกวันนี้ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๘. ๐๐- ๑๗. ๐๐ น. ทางวัดได้จัดแสดงเชิดหนังใหญ่ทุกวันเสาร์เวลา ๑๐. ๐๐- ๑๑. ๐๐ น. เพียงรอบเดียว โดยนักเรียนจากโรงเรียนวัดขนอน ( สำหรับวันธรรมดาโปรดติดต่อล่วงหน้า โดยจะมีค่าใช้จ่ายรอบละ ๒, ๐๐๐ บาท) สอบถามรายละเอียดได้ที่ เจ้าอาวาสวัดขนอน โทร. ๐ ๓๒๒๓ ๓๓๘๖, ๐ ๑๗๕๓ ๑๒๓๐ โทรสาร ๐ ๓๒๓๕ ๔๙๗๙

การเดินทาง รถยนต์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๔ ถนนเพชรเกษมผ่านนครปฐม สู่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จากนั้นเลี้ยวขวาที่สี่แยกอำเภอบางแพ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๙๐ เข้าสู่อำเภอโพธาราม ข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลอง แล้วเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๙ ประมาณ ๓ กิโลเมตร วัดขนอนอยู่ทางขวามือ รถโดยสารประจำทาง รถโดยสารออกจากสถานีขนส่งสายใต้ สายกรุงเทพฯ- โพธาราม มาลงที่ท่ารถโพธาราม แล้วจากท่ารถ นั่งรถสองแถวสายบ้านโป่ง- โพธารามมาลงที่หน้าวัดขนอน หรือใช้รถจักรยานยนต์รับจ้าง ใช้เวลาประมาณ ๕ นาที

จิตรกรรมฝาผนัง วัดคงคาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองตาคต อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทางเหนือ ตามทางหลวงหมายเลข ๔ ประมาณ ๒๒ กิโลเมตร และแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๐ อีก ๑ กิโลเมตร เป็นวัดมอญ สร้างขึ้นโดยพระยามอญ มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี แต่เดิมเรียกว่า “ วัดกลาง ” หรือ “ เภี้ยโต้ รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า วัดคงคาราม ประกอบด้วยพระอุโบสถ มีเจดีย์ทรงรามัญ ๗ องค์รายรอบ ภายในอุโบสถมีพระประธาน แกนในทำด้วยศิลาแลงและปิดทองฐานชุกชีทำเป็นบัวคว่ำบัวหงาย และภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือละเอียดอ่อน ภาพแต่ละภาพเหมือนถ่ายทอดจากต้นแบบที่มีชีวิตจริง เขียนขึ้นในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เป็นภาพพุทธประวัติตอนต่าง ๆ ที่หาชมยาก นอกจากนี้ยังมีกุฏิเรือนไทย ๙ ห้องสร้างในสมัยธนบุรี ปัจจุบันจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน รวบรวมวัตถุเก่าแก่ซึ่งเกี่ยวข้องกับท้องถิ่นไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๙. ๐๐- ๑๖. ๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ราคา ๑๐ บาท สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๓๒๒๓ ๑๗๗๐, ๐ ๓๒๒๓ ๑๙๓๓ , ๐ ๑๕๒๗ ๕๓๐๘

การเดินทาง รถประจำทาง จากกรุงเทพฯ นั่งรถที่สถานีขนส่งสายใต้ กรุงเทพฯ - โพธาราม มาลงที่หน้าไปรษณีย์โพธาราม แล้วนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างมาลงที่หน้าวัดคงคารา

ค่ายหลวงบ้านไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองตาคต เป็นค่ายเสือป่าในอดีต ห่างจากที่ว่าการอำเภอโพธารามประมาณ ๗ กิโลเมตร รัชกาลที่ ๖ เคยเสด็จมาฝึกอบรมเสือป่าภาคปฏิบัติ เช่น ฝึกซ้อมรบ ฝึกขุดสนามเพลาะ หัดเพลงอาวุธ ฯลฯ ณ ที่แห่งนี้ถึง ๙ ครั้ง หม่อมหลวงปิ่น มาลากุลและทางราชการเห็นว่าสถานที่แห่งนี้มีความสำคัญจึงได้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๖ ผู้ให้กำเนิดกิจการลูกเสือไทย ณ ค่ายหลวงบ้านไร่แห่งนี้ ปัจจุบันค่ายหลวงบ้านไร่แห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อน มีหอนิทรรศการถาวรของ ฯพณฯ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ณ อยุธยา นอกจากนั้นยังมีแคมป์ลูกเสือ - เนตรนารี เรือนพักไว้สำหรับรับน้อง เปิดบริการตั้งแต่เวลา ๐๘. ๓๐– ๑๖. ๓๐ น. สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๓๒๒๓ ๒๘๒๘, ๐ ๑๘๘๐ ๓๖๗๒

ค้างคาวเขาช่องพราน อยู่ที่ตำบลเตาปูน ห่างจากตัวอำเภอโพธารามไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๙ กิโลเมตร ถ้ามาจากตัวเมืองราชบุรี ใช้เส้นทางเขางู - เบิกไพร ไปประมาณ ๑๗ กิโลเมตร บริเวณเขาช่องพรานมีถ้ำที่สวยงามคือ “ ถ้ำพระนอน ” มีพระพุทธรูปภายในถ้ำมากกว่าร้อยองค์และมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ความยาว ๙ เมตร แต่สิ่งที่สร้างชื่อให้เขาช่อง พราน คือ ฝูงค้างคาวนับล้านตัว ที่กรูกันบินออกจากถ้ำพวยพุ่งเป็นสายสีดำ นานนับชั่วโมงทุกเย็นในช่วงใกล้พลบค่ำ ประมาณ ๑๗ . ๓๐ น. ในช่วงฤดูร้อนฝูงค้างคาวจะบินไปทางทิศตะวันออก ในช่วงฤดูหนาวฝูงค้างคาวจะบินไปทางทิศตะวันตก

ถ้ำสาริกา อยู่ในเขตตำบลธรรมเสน จากเขาช่องพรานจะมีทางแยกซ้ายมือไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร จะเห็นภูเขาลูกเล็ก ๆ อันเป็นที่ตั้งของถ้ำสาริกาซึ่งมีความสวยงาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานชื่อเมื่อคราวเสด็จประพาส และทรงสลักพระปรมาภิไธยย่อ จปร . ไว้บริเวณปากถ้ำ