1.6.6

ข่าวน่าสนใจ

Page 1 of 114  > >>

Dec 7, 2017
Category: General
Posted by: tammasan
Nov 11, 2017
Category: General
Posted by: tammasan
Nov 4, 2017
Category: General
Posted by: tammasan
CMS - 1.6.6 - Bonde
 

วันสำคัญวีรกษัตริย์ไทย

วันพระเจ้าตากสินมหาราช article

ความเป็นมา
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นวีรบุรุษพระองค์หนึ่ง ได้ทรงปราบยุคเข็ญ กอบกู้ชาติไทยให้พ้ยภัยจากข้าศึกศัตรูผู้มารุกราน แล้วจัดการบ้านเมืองให้มีความสงบสุขเข้าสู่ภาวะเป็นอิสรภาพจึงให้ปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานี นับว่าพระองค์ทรงเป็นผู้วางพื้นฐานความเป็นอิสระและเป็นปึกแผ่นของชาติไทยพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์รัฐบาลและปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้ระลึกถึงพระราชกรณีย-กิจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ทรงมีต่อประเทศชาติ ด้วยความสำนึกกตัญญูกตเวทีจึงร่วมใจกันสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ประดิษฐานเพื่อเทิดทูนพระเกียรติประวัติไว้ถวายสักการะ ณ วงเวียนใหญ่ กรุงเทพมหานคร ลักษณะทรงม้าออกศึกมุ่งไปทางตะวันออกพระหัตถ์ขาวทรงพระแสงดาบ เมื่อพระบรมราชานุสาวรีย์สร้างสำเร็จแล้ว รัฐบาลจึงขอพระราชทานกำหนดเป็นงานรัฐพิธีเสด็จพระราชดำเนินเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ในวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งเป็นดิถีคล้ายวันพระบรมราชสมภพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ดังกำหนดการต่อไปนี้

เวลา ๗ นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังพิธีมณฑล ณ วงเวียนใหญ่ ทรงจุดธูปเทียนถวายนมัสการพระพุทธรูปปางประจำรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงศีลแล้ว นายกรัฐมนตรีอ่านคำกราบบังคมทูลพระกรุณารายงานการสร้างพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอบ จบแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ทรงเปิดพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขณะนี้พระสงฆ์ ๑๔ รูป (ตั้งสัปคับพระคชาธาร ไม่ปักฉัตรแต่ผูกอาวุธ ตั้งพระพุทธรูปปางประจำรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร มโหระทึก และดุริยางค์ทหารกองเกียรติยศสำหรับพระบรมราชานุสาวรีย์พร้อมด้วยแตรวงธงประจำกองถวายความเคารพครั้นสุดเสียงประโคมแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสุหร่ายสรงพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะแล้วเสด็จพระราชดำเนินไปประทับในมณฑลพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ต่อมารัฐบาลได้กำหนดให้มีงานรัฐพิธีถวายสักการะประจำปีใน วันที่ ๒๘ ธันวาคม ซึ่งเป็นวันปราบดาภิเษก ขึ้นครองราชสมบัติเรียกว่า "รัฐพิธีวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ถือเป็นงานบรมราชานุสาวรีย์สำคัญ ของชาติวันหนึ่ง ซึ่งสำนักพระราชวังได้ออกหมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ดังนี้เวลา ๑๖ นาฬิกา ๓๐ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงวางพวงมาลา พนักงานประโคมแตร มโหระทึก แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองทิศ ทรงกราบ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับการแต่งกาย แต่งเครื่องแบบปรกติขาวตั้งแต่เวลาเช้า ผู้แทนกระทรวง ทบวง กรม สถาบันการศึกษาสมาคม และองค์การต่าง ๆ ได้นำพวงมาลาถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ อนึ่ง ถ้าปีใดมิได้เสด็จพระราชดำเนิน จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์เสด็จไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์

วันปิยมหาราช article

ความเป็นมา
เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๕๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงประชวรเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ครั้นนั้นเป็นที่เศร้าสลดอย่างใหญ่หลวงของ
พระบรมวงศานุวงศ์และปวงชนทั่วประเทศ เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นกษัตริย์ที่เคารพรักของหวยราษฎร์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกประการทั้งในการปกครองบ้านเมืองและพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชนทุกหมู่เหล่า ทวยราษฎร์ทั้งปวงจึงได้ถวายพระนามว่า พระปิยมหาราช หรือพระพุทธเจ้าหลวง เมื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพตามราชประเพณีแล้ว ครั้งเมื่อบรรจบอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ผู้สืบราชสันตติวงศ์ ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานถวายตามราชประเพณี โดยเชิญพระโกศพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวออกประดิษฐานบนพระแท่นนพปฎลมหา-เศวตฉัตร และเชิญพระพุทธรูปปางประจำพระชนมวารประดิษฐาน ณโต๊ะหมู่ในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท หรือพระที่นั่งอนันตสมาคมส่วนที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต หน้าที่นั่งอนันตสมาคม ที่เรียกว่าพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ที่พระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าผู้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณได้ร่วมใจกันรวบรวมเงินจัดสร้างประดิษฐานขึ้นน้อมเกล้าฯ
ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะที่ทรงพระชนม์อยู่เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงครองราชย์ยั่งยืนนานถึง ๔๐ ปี และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๑ นั้น ต่อมาทางราชการได้ประกาศให้วันที่ ๒๓ ตุลาคมซึ่งเป็นวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวันที่ระลึกสำคัญของชาติเรียกว่า วันปิยมหาราช และกำหนดให้หยุดราชการวันหนึ่งในวันปิยมหาราช เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยซึ่งต่อมาเป็นกรุงเทพมหานคร ร่วมด้วยกระทรวงวัง ซึ่งต่อมาเป็นสำนักพระราชวังได้จัดตกแต่งพระบรมราชานุสาวรีย์ ตั้งราชวัติ ฉัตร ๕ ชั้น ประดับโคมไฟ ราวเทียม กระถางธูป ทอดเครื่องราชสักการะที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราชครั้งแรก คือถัดจากปีที่ได้ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานถวายแล้ว ได้เสด็จฯไปถวายพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะที่พระบรมราชานุสาวรีย์ ครั้นต่อมาเมื่อสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถและสมเด็จพระศรีสวรินทิรา-บรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จสวรรคตและถวายพระเพลิง
พระบรมศพแล้ว เมื่อถึงอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้เชิญพระบรมอัฐิออกประดิษฐานข้างเคียงพระโกศพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวร่วมในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานด้วย การพระราชกุศลมีดังนี้

เวลา ๑๖ นาฬิกา ๓๐ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิตไปยังพระบรมราชานุสรณ์ ที่พระลานพระราชวังดุสิต ถวายพวงมาลาแล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองทิศ และเครื่องทองน้อย ทรงกราบถวายราชสักการะ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยในพระบรมมหาราชวัง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปปางประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระ-พุทธมนต์ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ ๑ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมกัณฑ์เทศน์แล้วทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์และพระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนาสดับปกรณ์พระบรมอัฐิ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินกลับ

พระราชประวัติพระนเรศวรโดยย่อ

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือที่ชาวบ้านทั่วไปในครั้งนั้นเรียกว่า " พระองค์ดำ " สมเด็จพระนเรศวรทรงพระราชสมภพที่พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก เมื่อปีเถาะ พ.ศ. ๒๐๙๘ ในรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงเป็นราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ราชวงศ์สุโขทัย และสมเด็จพระวิสุทธิกษัตรีย์ พระราชนนี ราชวงศ์สุวรรณภูมิทรงมีพระเชษฐภคินี และสมเด็จพระอนุชา คือ พระสุพรรณกัลยาณี และสมเด็จพระเอกาทศรถ ตามลำดับ 

เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมีพระชนมายุ ๕๐ พรรษาทรงประชวรเป็นหัวละลอกขึ้นที่แสกพระพักตร์ ขณะเสด็จไปตีกรุงอังวะและประทับแรมอยู่ที่ตำบลทุ่งแก้ว แขวงเมืองหาง และเสด็จสวรรคตเมื่อวันจันทร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปี มะเส็ง พุทธศักราช ๒๑๔๘

พระราชกรณียกิจและเหตุการณ์สำคัญ

พุทธศักราช ๒๑๐๗
พระชนมายุ ๙ พรรษา สมเด็จพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ พม่ายกมาตีกรุงศรีอยุธยา ทรงถูกนำไปเป็นตัวประกัน ณ กรุงหงสาวดี ประทับ ๖ ปี 
พุทธศักราช ๒๑๑๓ 
พระชนมายุ ๑๕ พรรษา เสด็จฯ กลับจากกรุงหงสาวดี 
พุทธศักราช ๒๑๑๔ 
พระชนมายุ ๑๖ พรรษา เสด็จขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลก มีอำนาจบัญชาการหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวง 
พุทธศักราช ๒๑๑๗ 
พระชนมายุ ๑๙ พรรษา ทรงยกทัพไปพร้อมกับสมเด็จพระราชบิดา เพื่อสมทบกับทัพหลวงตีเมืองเวียงจันทน์ 
พุทธศักราช ๒๑๒๑ 
พระชนมายุ ๒๓ พรรษา ทรงเรือพระที่นั่งไล่กวดจับพระยาจีนจันตุที่ลงเรือหนีไปปากแม่น้ำเจ้าพระยา ในการสู้รบครั้งนั้น พระองค์ทรงแสดงความกล้าหาญอย่างยอดเยี่ยม 
พุทธศักราช ๒๑๒๒ 
พระชนมายุ ๒๔ พรรษา ทรงเป็นแม่ทัพต่อสู้กับพระทศราชาซึ่งคุมกองทัพเขมรเข้ามาตีโคราชและหัวเมืองชั้นใน และทรงได้รับชัยชนะทั้งที่ทรงมีกำลังทหารน้อยกว่า 
พุทธศักราช ๒๑๒๔ 
พระชนมายุ ๒๖ พรรษา พระเจ้ากรุงหงสาวดีสวรรคตได้เสด็จฯ ไปกรุงหงสาวดีในพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์ องค์ใหม่แทนพระราชบิดา 
พุทธศักราช ๒๑๒๖ 
พระชนมายุ ๒๘ พรรษา ได้เป็นแม่ทัพยกไปช่วยเมืองหงสาวดีไปตีเมืองลุม เมืองคัง ในรัฐไทยใหญ่ ตามคำสั่งของพม่า 
พุทธศักราช ๒๑๒๗ 
พระชนมายุ ๒๙ พรรษา ทรงประกาศอิสรภาพของไทย ณ เมืองแครง พระเจ้ากรุงหงสาวดีให้สุระกำมายกกองทัพตามมาไล่จับสมเด็จพระนเรศวร พระองค์ทรงยิงปืนข้ามแม่น้ำสะโตงถูกสุระกำมา แม่ทัพพม่าตายและทรงได้รับมอบอำนาจให้บัญชาการบ้านเมืองสิทธิ์ขาดแต่ผู้เดียว
สงครามไทยกับพม่า พระยาพะสิมยกกำลัง ๑๓๐,๐๐๐ คนมาทางเมืองสุพรรณบุรี พระเจ้าเชียงใหม่มาทางเหนือตีพม่าแตกกลับไป 
พุทธศักราช ๒๑๒๘ 
สงครามไทยกับพม่า ทรงสู้รบกับพระเจ้าเชียงใหม่ที่บ้านสระเกศ พม่า ๑๕๐,๐๐๐ คน ไทย ๘๐,๐๐๐ คน ไทยตีทัพพม่าแตกกลับไป 
พุทธศักราช ๒๑๒๙ 
สงครามไทยกับพม่า พระเจ้าหงสาวดียกกำลังทหาร ๒๕๐,๐๐๐ คน มาล้อมกรุงอยู่ ๖ เดือน ไทยมีกำลัง ๘๐,๐๐๐ คน ตีขับไล่พม่าจนต้องถอยทัพกลับไป ไม่สามารถเข้าถึงกำแพงพระนครได้ 
พุทธศักราช ๒๑๓๓ 
พระชนมายุ ๓๕ พรรษา สมเด็จพระมหาธรรมราชาพระราชบิดาสวรรคต พระองค์เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๑๓๓ ทรงสถาปนาพระเอกาทศรถ เป็นพระมหาอุปราชา และมีพระเกียรติยศสูงเสมอพระเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง
สงครามไทยกับพม่า พระมหาอุปราชายกมาครั้งแรกที่สุพรรณบุรี พม่า ๓๐๐,๐๐๐ คน ไทยมีกำลัง ๘๐,๐๐๐ คน ตีพม่าแตกพ่ายไป จับพระยาพะสิมแม่ทับพม่าที่จระเข้สามพันธุ์ 
พุทธศักราช ๒๑๓๕ 
พระชนมายุ ๓๗ พรรษา สงครามยุทธหัตถี พม่า ๒๔๐,๐๐๐ คน ไทย ๑๐๐,๐๐๐ คน รบกันที่เมืองสุพรรณบุรี ทรงมีชัยชนะฟันพระมหาอุปราชามังกะยอชวาแห่งกรุงหงสาวดี ด้วยพระแสงของ้าวสิ้นพระชนม์ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๑๓๕
สงครามเมืองทะวาย ตะนาวศรี ไทย ๑๐๐,๐๐๐ คน ตีได้เมือง 
พุทธศักราช ๒๑๓๖ 
สงครามเมืองเขมร ไทย ๑๓๐,๐๐๐ คน เขมร ๗๕,๐๐๐ คน ไทยตีได้เมืองเขมร 
พุทธศักราช ๒๑๓๗ 
สมครามไทยกับพม่า ไทยตีได้หัวเมืองมอญ 
พุทธศักราช ๒๑๓๘ 
สงครามไทยกับพม่า ยกทัพไปตีเมืองหงสาวดีครั้งที่ ๑ ไม่สำเร็จ ไทยมีกำลัง ๑๒๐,๐๐๐ คน 
พุทธศักราช ๒๑๔๒ 
สงครามไทยกับพม่า ยกทัพไปตีเมืองหงสาวดีได้สำเร็จ ไทย ๑๐๐,๐๐๐ คน แล้วไปล้อมเมืองตองอูอยู่ ๒ เดือน เสบียงอาหารหมดต้องยกทัพกลับ 
พุทธศักราช ๒๑๔๖ 
สงครามเมืองเขมร ได้เมือง 
พุทธศักราช ๒๑๔๗ 
สงครามครั้งสุดท้ายของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยกทัพไปตีกรุงอังวะ ไทย จำนวน ๒๐๐,๐๐ คน แต่ทรงประชวร และเสด็จสวรรคตเสียก่อน