1.6.6

ข่าวน่าสนใจ

Page 1 of 112  > >>

Aug 7, 2017
Category: General
Posted by: tammasan
Jul 18, 2017
Category: General
Posted by: tammasan
CMS - 1.6.6 - Bonde
 

สรุปผลวันต้านยาเสพติดที่บ่อมะกรูด๒๕๕๕(๒)

แผนภาพที่ ๒

ซึ่งวงจรในแผนภาพที่ ๑ ที่มีการแบ่งการคิดเชิงวิเคราะห์เป็นสามขั้นตอนย่อย ได้แก่ Check , Act , Plan นั่นคือ หลังจากทำงานแล้วมีการคิดเชิงวิเคราะห์ โดยอาศัยผลการตรวจสอบการทำงาน (Check) นำไปสู่การตัดสินใจ (Act) และวางแผน (Plan) เพื่อการทำงานที่ดีขึ้นในรอบต่อไป แต่ละรอบเป็นวงจรของการเรียนรู้จากการปฏิบัติ แล้วนำความรู้ที่ได้ไปใช้ปรับปรุงการทำงานในรอบต่อไป หลังจากทำไปหลายรอบก็รู้ว่า อะไรใช้ได้ อะไรใช้ไม่ได้ เพราะเหตุใด (What works , What doesn’t work and why) ซึ่งน่าจะเป็นความรู้ที่สามารถนำไปแลกเปลี่ยนหรือเผยแพร่ต่อไปได้

                ในมุมมองของการประเมินผล แต่ละรอบของ PDCA ก็คือแต่ละรอบของการติดตามประเมินผล เป็นการประเมินผลที่เน้นการปรับปรุงการทำงาน จึงเป็นการประเมินผลเพื่อประโยชน์ของคนทำงานเป็นสำคัญ โดยมีข้อสรุปก่อนปิดโครงการเป็นผลพลอยได้ ที่ผู้อื่นอาจใช้ประโยชน์ได้

การสังเคราะห์งานวิชาการ นำข้อมูลจากการปฏิบัติงานพื้นที่ 

 

ผลการดำเนินงาน

            ๑.  ผลการดำเนินงาน

                พบว่า คณะทำงานโครงการควรมีการทำความเข้าใจรวมกันถึงเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวรให้มากขึ้น

             คระทำงานโครงการควรให้ความสำคัญกับการกำหนดตัวชี้วัดเพื่อวัดผลว่ากิจกรรม วัตถุประสงค์ เป็นไปตามที่กำหนดตัวชี้วัดไว้หรือไม่เพราะอะไร

             คณะทำงานโครงการมีความตั้งใจและเสียสละเพื่อให้การจัดงานเป็นไปตามเป้าหมาย

                คณะทำงานโครงการมีศักยภาพในการบริหารจัดการและการประสานงานได้ดี

      

๒.๒  กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรม

                    -ผู้เข้าร่วมงานเห็นด้วยกับกิจกรรมต่อต้านยาเสพติดที่จัดขึ้น

                  -ผู้เข้าร่วมงานยังไม่ค่อยเข้าใจการทำงานของภาคประชาชนกับการต่อต้านยาเสพติด ในประเด็นภาคประชาชนมีบทบาทเด่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างไร  ใครคือหัวขบวนของภาคประชาชน และมีจำนวนเท่าไหร่ สถานที่ตั้งอยู่ที่ใด

                  -ผู้เข้าร่วมงานจะติดต่อประสานงานกับใครหากต้องการเข้าร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดกับภาคประชาชน หรือในหมู่บ้านตนเอง

                  -ผู้เข้าร่วมงานต้องการให้มีเวทีเสวนา เพื่อเพิ่มความรู้

                  -ผู้เข้าร่วมงานมีความพึงพอใจการจัดงานครั้งนี้อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง(เกิดจากสภาพอากาศ)    

 

                  -ความตั้งใจของผู้เข้าร่วมงานหลังจากจบงาน จะกลับไปแก้ไขปัญหายาเสพติด (ทำอะไร ที่ไหนอย่างไร)พบว่ามีทั้งที่ไม่มั่นใจว่าจะกลับไปทำได้ และพร้อมที่จะกลับไปทำแต่ยังไม่มีขั้นตอนหรือแนวทางที่จะทำ และใครจะเป็นคนนำพาทำ

ข้อเสนอเพิ่มเติม

จากประเด็นการแบ่งกลุ่มพูดคุยถึงสถานการณ์ปัญหายาเสพติด สาเหตุ แนวทางแก้ไข (ใช้วิธีการแบ่งกลุ่มให้เป็นไปตามธรรมชาติเสมือนหนึ่งคุยกันเป็นปกติตามวิถีคนไทย)จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้ได้ทราบข้อมูลเรื่องการแพร่ระบาดของยาเสพติด เกิดขึ้นจาก

 การเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าความมั่นคงของชาติ

 เกิดจากกฎหมายที่อ่อนแอ เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ค้ายาเสพติด เช่น การกำหนดถือครองยาบ้าไม่เกิน ๑๕ เม็ด ถือว่าครอบครองเพื่อเสพ จึงถูกตั้งให้เป็นผู้ป่วย แล้วนำไปสู่กระบวนการบำบัด (ทั้งที่เป็นผู้ค้า) ผลที่ออกมาก็ได้ไปสร้างเครือข่ายในสถานที่บำบัด จนเกิดเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดทั้งประเทศ

 เจ้าหน้าที่ของรัฐรู้เห็นเป็นใจและค้าเสียเอง

สาเหตุของการแพร่ระบาดทำให้คนไทยเสียสุขภาพ เสียทรัพยากรบุคคล เสียเศรษฐกิจระดับชาติ พร้อมทั้งยังเสียโอกาสพัฒนาชาติไทย ทั้งระยะสั้น และ ระยะยาว

จากข้อมูลเหล่านี้ คณะทำงานโครงการได้นำมาสรุปประมวลผลและขยายผลต่อในประเด็นการครอบครองยาเสพติด(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน)เพื่อเสพ (จำนวนไม่เกิน ๑๔ เม็ด ถือว่าครอบครองเพื่อเสพ หาก จำนวน๑๕ เม็ดถือว่าครอบครองเพื่อจำหน่าย)

จากข้อมูลของภาครัฐ (สนง ปปส.) พบว่าจำนวนผู้เสพทั้งประเทศ ณ เดือนพถษภาคม ๒๕๕๕ มีจำนวนมากกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ราย ซึ่งในจำนวนทั้งหมดนี้ปะปนกันอยู่ระหว่างผู้เสพที่ไม่ครอบครองยาเสพติด(ผลจากกรตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด)และผู้เสพที่ครอบครองยาเสพติด ๑-๑๔ เม็ด(ผลจากการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดและมียาบ้าไว้ในครอบครอง) ซึ่งภาคประชาชนมีข้อมูลว่า(และเชื่อว่า)จะนำไปสู่เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ค้ายาเสพติด เช่น การกำหนดถือครองยาบ้าไม่เกิน ๑๕ เม็ด ถือว่าครอบครองเพื่อเสพ จึงถูกตั้งให้เป็นผู้ป่วย แล้วนำไปสู่กระบวนการบำบัด (ทั้งที่เป็นผู้ค้า) ผลที่ออกมาก็ได้ไปสร้างเครือข่ายในสถานที่บำบัด จนเกิดเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดทั้งประเทศ

             เจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนอาจรู้เห็นและหาช่องว่างทางกฏหมายเพื่อเรียกรับผลประโยชน์หรือเจรจาต่อรองเพื่อหวังผลประโยชน์

ทั้งนี้ในแง่พฤติกรรมของผู้เสพ หากติดยาเสพติดจริงเมื่อมียาเสพติดแล้วมักจะเสพทันที่จนหมดมักจะไม่ถือครอบครองไว้ในตัว(เว้นแต่ว่าจะนำไปจำหน่ายเอง)และผู้เสพมักจะมีกำลังซื้อยาบ้ามาเสพไม่มากนัก(กำลังซื้อเฉลี่ยวันละ ๒-๔ เม็ด ราคาเม็ดละ๒๕๐-๓๐๐ บาท)ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันชี้ชัดว่า จำนวนผู้เสพเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว รัฐต้องเสียงบประมาณจัดค่ายบำบัดทุกอำเภอ เกิดเครือข่ายผู้ค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น(ภายหลังผู้เสพที่ปะปนกันอยู่ในค่ายบำบัดพ้นออกมาซึ่งคล้ายกับที่เกิดขึ้นในเกือบทุกเรือนจำทั่วประเทศขณะนี้)

จึงมีข้อเสนอดังนี้

       ๑ รัฐบาลหรือหน่วยงานทีเกี่ยวข้องควรจัดเวทีร่วมกับภาค ประชาชน เพื่อ ทบทวนกฎหมายยาเสพติด(ตาม พรบ ฟื้นฟู ปี ๒๕๔๕ หรือกฏหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับ ผู้เสพ และผู้เสพที่ครอบครองเพื่อเสพ)

       ๒ เปิดเวที ภาครัฐ ภาคประชาชน อาสาสมัคร เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบถอนรากถอนโคนอย่างจริงจัง

      ๓ เพิ่มการสนับสนุนทรัพยากร งบประมาณให้กับภาคประชาชนและอาสาสมัครเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และร่วมกันกำหนดตัวชี้วัด การประเมินผลอย่างเป็นขั้นตอน