1.6.6

ข่าวน่าสนใจ

Page 1 of 113  > >>

Sep 19, 2017
Category: General
Posted by: tammasan
CMS - 1.6.6 - Bonde
 

งานวิจัยข้อมูลหมู่บ้าน

ถิ่นฐานชุมชนพึ่งตนเองบ้านบ่อมะกรูด หมู่ที่ 7-8
ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
ข้อมูล 1 พฤษภาคม 2553


1.ที่ตั้ง

ตั้งอยู่หมู่ที่ 7- 8 ต.บ้านฆ้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรีจากการศึกษาข้อมูลพบว่าอพยพมาจากเวียงจันทน์ ประเทศลาวในรัชกาลที่ 1 ประมาณพุทธศักราช 2325 .....เนื่องจากกวาดต้อนมาเป็นเชลย เดิมชื่อ "บ้านช้าง" พูดภาษาลาวเวียงปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น "บ้านบ่อมะกรูด"

อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนือ จรดหมู่บ้านนาคาม ต. วังเย็น อ.บางแพ
ทิศใต้ จรดหมู่บ้านทุ่งเจริญ หมู่ 6 ต.บ้านฆ้อง อ. โพธาราม
ทิศตะวันออก จรดหมู่บ้านหนองเอี่ยน ต.วัดแก้ว อ.บางแพ
ทิศตะวันตก จรดหมู่บ้านเก่า หมู่ 5 ต.บ้านฆ้อง

แผนที่

 

 

 

 

 

 

ลักษณะของประชากรหมู่7 จำนวน
1.เพศ หญิง ชาย จำนวนครัวเรือน 2.อายุ 1วัน - 3 ปีเต็ม 3 ปี 1วัน - 6 ปีเต็ม 6 ปี 1วัน - 12 ปีเต็ม 12ปี1วัน - 18 ปีเต็ม 18ปี1วัน - 50 ปีเต็ม 50ปี1วัน - 60 ปีเต็ม 60ปี 1 วันขึ้นไป 3.ประชากรอายุ60ปียากจนได้รับการสงเคราะห์ 4.คนพิการ เรียน ไม่ได้เรียน 5.การประกอบอาชีพ เกษตรกรรม- ทำนา- วัวนม- วัวเนื้อ- เป็ด, ไก่, สุกร ค้าขาย รับราชการ รับจ้าง หัตถกรรมครัวเรือน อื่น ๆ6.ครอบครัวที่มีที่ดินเป็นของตนเอง0 - 1 ไร่ 1 - 5 ไร่ 6 - 10 ไร่11 - 20 ไร่20 - 50 ไร่50 ไร่ขึ้นไป7.การศึกษา- การศึกษาภาคบังคับ ป.4- การศึกษาภาคบังคับ ป.6- ม.1 - ม.3- ม.4 - ม.6- ปวช./ปวส.- ปริญญาตรี 289 คน 246 คน 138 ครัวเรือน 6 คน 22 คน 180 คน20 คน 185 คน70 คน52 คน 25 ครัวเรือน 4 ครัวเรือน 35 ครัวเรือน 40 ครัวเรือน 7 ครัวเรือน 10 คน 45 คน 4 ครัวเรือน 2 ครัวเรือน 40 ครัวเรือน33 ครัวเรือน20 ครัวเรือน15 ครัวเรือน 9 ครัวเรือน 2 ครัวเรือน 198 คน 102 คน 70 คน 33 คน 25 คน 20 คน
ลักษณะของประชากรหมู่8 จำนวน
1.เพศ หญิง ชาย จำนวนครัวเรือน 2.อายุ 1วัน - 3 ปีเต็ม 3 ปี 1วัน - 6 ปีเต็ม 6 ปี 1วัน - 12 ปีเต็ม 12ปี1วัน - 18 ปีเต็ม 18ปี1วัน - 50 ปีเต็ม 50ปี1วัน - 60 ปีเต็ม 60ปี 1 วันขึ้นไป 3.ประชากรอายุ60ปียากจนได้รับการสงเคราะห์ 4.คนพิการ เรียน ไม่ได้เรียน 5.การประกอบอาชีพ เกษตรกรรม- ทำนา- วัวนม- วัวเนื้อ- เป็ด, ไก่, สุกร ค้าขาย รับราชการ รับจ้าง หัตถกรรมครัวเรือน อื่น ๆ 6.ครอบครัวที่มีที่เป็นของตนเอง 0 ไร่1 - 5 ไร่ 6 - 10 ไร่ 11 - 20 ไร่20 - 50 ไร่ 50 ไร่ ขึ้นไป7. การศึกษา- การศึกษาภาคบังคับ ป.4- การศึกษาภาคปังคับ ป.6- ม.1 - ม.3- ม.4 - ม.6- ปวช. / ปวส.- ปริญญาตรี 299 คน274 คน132 ครัวเรือน 5 คน 25 คน 150 คน 18 คน 220 คน 75 คน 50 คน 5 คน 15 ครัวเรือน 3 ครัวเรือน 45 ครัวเรือน 50 ครัวเรือน 8 ครัวเรือน 15 คน 45 คน 2 ครัวเรือน 1 ครัวเรือน 50 ครัวเรือน 31 ครัวเรือน 20 ครัวเรือน 18 ครัวเรือน 12 ครัวเรือน 5 ครัวเรือน 220 คน 50 คน 20 คน 20 คน 35 คน 20 คน


ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน

ในอดีตบ้านบ่อมะกรูดได้อพยพมาจากเวียงจันทน์ เมื่อครั้งหลวงยกกระบัตร (รัชกาลที่ 1) มาปกครองเมืองราชบุรี และได้ยกทัพไปตีเมืองเวียงจันทน์กวาดต้อนครอบครัวชาวลาวมาส่วนหนึ่ง เดิมถิ่นฐานอยู่หมู่ 5 (บ้านเก่า)
บ้านบ่อมะกรูด เดิมชื่อ" บ้านช้าง บ้านสร้าง บ้านช้างงาม วัดช้างงาม" พูดภาษาลาวเวียง อาชีพทำนา เลี้ยงสัตว์ ทอผ้า ปัจจุบันมีบริเวณกว้าง ปัจจุบันบ้านบ่อมะกรูด หมู่ที่ 7 - 8 เป็นชุมชนที่ติดต่อกันเป็นกลุ่มมีถนนหลวงผ่ากลางและมีบ้านอยู่สองฝั่งของถนน มีสภาพแวดล้อมสวยงาม มีที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน มีแห่งน้ำใช้สะดวก เป็นหมู่บ้านดีเด่นของตำบลบ้านฆ้อง

ด้านเศรษฐกิจ

บ้านบ่อมะกรูด มีอาชีพ เกษตรกรรมทำนา 40 ครัวเรือน
เลี้ยงวัวนม 7 ครัวเรือน
เลี้ยงวัวเนื้อ 80 ครัวเรือน
เลี้ยงเป็ด,ไก่,สุกร 20 ครัวเรือน
รับจ้าง 90 ครัวเรือน
รับราชการ 25 คน
ค้าขาย 15 ร้านค้า
ทำตุ๊กตา 6 ครัวเรือน
อื่นๆ 3 ครัวเรือน

ด้านวัฒนธรรม

มีเทศกาลต่างๆ เช่น ประเพณีวันสงกรานต์ บุญข้าวจี่ แก้ข้าวห่อ(สารทลาว) ลอยกระทง
เข้าพรรษา-ออกพรรษา ทอดกฐิน

วัด 1 แห่ง คือวัดบ่อมะกรูด มีพระ 7 รูป เณร 1 องค์
พระครูวิสุทธิวีรธรรม เป็นเจ้าอาวาส

โรงเรียน 1 แห่ง ชื่อ โรงเรียนชุมชนบ้านวัดบ่อมะกรูด
มีนายยศพล เรืองศรี เป็น ผู้อำนวยการโรงเรียน
มีครู-อาจารย์ 8 คน
มีนักเรียน 85 คน

แหล่งน้ำ
บ่อบาดาล 2 แห่ง
บ่อน้ำตื้อ 4 แห่ง
แหล่งน้ำธรรมชาติ 1 แห่ง
ครองส่งน้ำชลประทาน 1 แห่ง

โทรศัพท์
สาธารณะ 2 แห่ง

ประชาชนให้ความนับถือ
พระครูวิสุทธิวีรธรรม               ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดบ่อมะกรูด
นายยศพล เรืองศรี                 ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน
นายประเวช กอตระกูล           ตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7
นายธีรพล ศศิธร                     ตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8
อ.ทองสุข ลาลาด                   ตำแหน่ง ประธานกองทุนหมู่บ้าน
นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ           ตำแหน่ง ประธานศูนย์การเรียนรู้ชุมชน 
นายวิทยา สันติภูมิโพธา        ตำแหน่ง สมาชิกเทศบาลตำบลบ้านฆ้อง
นางทิพย์นภา แสวงคำ           ตำแหน่ง สมาชิกเทศบาลตำบลบ้านฆ้อง

ลักษณะทั่วไป

ไม่มีสภาพป่าไม้ มีการกู้เงินนอกระบบอยู่ มีความซื่อสัตย์ รักใคร่ปองดองร่วมมือร่วมใจ มีความสามัคคี
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และช่วยเหลื่อพึ่งพากัน แก้ปัญหายาเสพติดได้ เป็นเขตปลอดยาเสพติดได้สำเร็จ

ขนาดและโครงสร้างของชุมชน

บ้านบ่อมะกรูดมีพื้นที่ หมู่ที่ 7 ประมาณ 1,225 ไร่ หมู่ 8 ประมาณ 1,300 ไร่ พื้นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การทำนา
แบ่งการปกครองเป็น 16 คุ้ม
หมู่ที่ 7 มี 8 คุ้ม
1. คุ้มบ้านเดิ่น ผู้ดูแล  นายสุวรรณ ศรีนาค
2. คุ้มบ้านกลาง  "       นายนำ อนุเครือ
3. คุ้มพายัพ        "        นายพวง กูดเภตรา
4. คุ้มทักษิณ      "        นายฉายา มหาสังข์
5. คุ้มบ่อทราย    "        นางจี้ โสภา
6. คุ้มบ้านนอกน้อย "  นายรอด บุญพิทักษ์นุกูล
7. คุ้มบ้านนอกใหญ่ " นายผึ้ง ดีวิหค
8. คุ้มธัมมสัญญา     " นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ
หมู่ที่ 8 มี 8 คุ้ม
1. คุ้มชายทุ่ง       ผู้ดูแล จ.ส.อ.ดินันท์ วสุรักขะ
2. คุ้มม่วงสุม            "      นายลักษณ์ ลีบุปผา
3. คุ้มไผ่ล้อม           "      นายอุดม ลาลาด
4. คุ้มบ้านใหม่พัฒนา " นายสมาน สิงขะสะ
5. คุ้มละอองแสงงาม " นางละออง แสงงาม
6. คุ้มพ่อฤาษีตาไฟ    " นายพิทยา สันติภูมิโพชา
7. คุ้มร่มเย็น                " นายใบ อุตสาหะ
8. คุ้มไฟไหม้              " นางหลิ่ว ชานาง

2. ระบบเศรษฐกิจและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติการผลิตการแลกเปลี่ยนและ การบริโภค

ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รองลงมาคือ รับจ้างและค้าขาย การเกษตรกรรมได้แก่
การทำนา ทำไร่ ที่สำคัญคือ ไร่อ้อย หอม กระเทียม ตลอดจนการทำสวนพืชผักต่างๆนอกจากนี้ยังมี
การเลี้ยงสัตว์แบบตั้งฟาร์มไว้เพื่อจำหน่าย สัตว์ที่นิยมเลี้ยงกันมากได้แก่ เป็ด ไก่ สุกร และ โคนม
การทำนาในชุมชนบ้านบ่อมะกรูดจะทำกันในช่วงฤดูฝนในราวเดือนพฤศภาคม เรื่อยไปและเก็บเกี่ยวใน
ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนใน 1 ปี จะทำนากัน 1 ครั้ง ปัจจุบันยังคงทำนากันอยู่ในหมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 8
รวมแล้วประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่

ลักษณะการถือครองที่ดินในหมู่บ้าน

การได้มาซึ่งที่ดินและการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของการถือครองที่ดิน ในอดีตการ ถือครองที่ดินนั้นคือ
การจับจองแสดงความเป็นเจ้าของเดิมทีนั้นบริเวณชุมชนบ้านบ่อมะกรูดจะ เป็นที่ดินว่างเป่ล่าไม่มีใครถือครอง
กลุ่มชนชาวลาวเวียงพากันเดินทาง อพยพเข้ามายังบริเวณ ชุมชนนี้แล้วเลือกจับจองแสดงความเป็นเจ้าของ
ตระกูลไหนมีเครือญาติมากขนาดใหญ่ก็จะถือ ครองที่ดินที่มีปริมาณอาณาเขตที่มากด้วย ตระกูลไหนมีเครือ
ญาติน้อยก็จับจองได้น้อยกว่าใน ระยะเวลาต่อมาเมื่อมีการปฏิรูปที่ดินชี้เขตถือครองที่ดินจังได้มีเอกสารสิทธิ์
แสดงความเป็นเจ้า ของที่ดินแล้วมีการตกทอดเป็นมรดกกันมาปัจจุบันที่ดินในชุมชนหมู่บ้านบ่อมะกรูดมีเอก
สารสิทธิ์ที่เป็นโฉนดทั้งสิ้น
ทุน -หนี้สิน จากผู้ที่มีฐานะในชุมชนโดยใช้ผลผลิตทางการเกษตร เป็นดอกเบี้ย แต่ปัจจุบันนี้จากความต้องการ
ในเรื่องเงินทุนของเกษตรกรมีจำนวนมากชาวบ้านจึงได้กู้ยืมจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ( ธ.ก.ส.) โดยเสียอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อเดือน

การใช้แรงงานคนสัตว์และเทคโนโลยีในการผลิต ในอดีตผลผลิตทางการเกษตรใช้แรงงานคนและสัตว์ เช่นการ
ทำนาใช้แรงงานวัวและคน ปัจจุบันเนื้องจากความเจริญทางวิทยาศาสตร์ การนำระบบเทคโนโลยีมาใช้จึงมีความ
สำคัญ และมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในทางการเกษตรทำให้เกิดความสะดวก เกิดประโยชน์ ประหยัดแรงงาน
ต้นทุน ทำให้ได้ผลผลิตที่มีปริมาณมากและรวดเร็ว ปัจจุบันในชุมชนบ้านบ่อมะกรูดชาวบ้านใช้เทคโนโลยีเพื่อ
การเกษตรกันหมดแล้ว

การช่วยเหลือในการผลิตระหว่างครัวเรือนในหมู่บ้านเดียวกัน ในหมู่บ้านเดียวกันสมัยก่อนเรื่องของการทำนา
เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวชาวบ้านในหมู่บ้านจะร่วม แรงร่วมใจกันเพื่อมาช่วยเก็บเกี่ยวข้าวในนา หรือเอาแรงมาช่วย
กิจกรรมใด ๆ ที่เป็นการทำนา เช่น ดำนา หว่านนา ไถนา หรือเกี่ยวข้าว เป็นการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไป
ในแต่ละครัวเรือน กิจกรรมนี้ได้ดำเนินสืบต่อกันมายาวนานในอดีต จนกลายเป็นประเพณี เรียกว่า การลงแขก
แต่ในปัจจุบันระบบเทคโนโลยีได้มีบทบาท และเข้ามาทำหน้าที่แทนแรงงานคนและสัตว์ ประเพณีการลงแขก จึงจางหายไปจากชุมชนหมู่บ้านบ่อมะกรูด จะเหลือเพียงแต่ คนในครอบครัวหรือเครือญาติในบ้านเดียวกันจะมาช่วยกันลงแขกแทนเพื่อนำข้าวที่เก็บเกี่ยวมาได้ไปแบ่งไว้กินเองในครัวเรือน เพราะคนในชุมชนหมู่บ้านบ่อมะกรูดส่วนใหญ่จะปลูกข้าว ไว้กินกันเอง

3.ระบบสังคมและการเมืองในชุมชน

ลักษณะระบบสังคมของชุมชนบ้านบ่อมะกรูดมีลักษณะเป็นแบบครอบครัวขยายคือบ้าน แต่ละหลังจะประกอบไปด้วยบ้าน พ่อ แม่ ลูกหลาน หรือบ้านพี่บ้านน้อง จะตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันหรือบริเวณใกล้เคียงกันหรือบริเวณใกล้เคียงกันทำให้ระบบครอบครัว เครือญาติเกิดความอบอุ่นพึ่งพาอาศัยช่วยเหลือเกื้อกูลต่อกันอย่าง ใกล้ชิดแนบแน่นความสัมพันธ์แบบเครือญาติในหมู่บ้านของชุมชนบ้านบ่อมะกรูด มีความหนาแน่นและเหนียวแน่นมากในอดีต
ที่ผ่านมาความอบอุ่นใกล้ชิดสนิทสนมของสถาบันครอบครัวนั้นนับว่ามีความรักความผูกพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้น สำหรับในระดับครอบครัวต่อ ครอบครัวหรือในระหว่างเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกันก็จะมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันช่วย เหลือเกื้อกูลกัน อาจกล่าวได้ว่าปฏิสัมพันธ์ของคนในชุมชนนี้ ในอดีตที่ผ่านมาดำเนินไปแบบ ปฐมภูมิโดยแท้ แม้ในปัจจุบันความสัมพันธ์ของคนในชุมชนแห่งนี้จะเบาบางลงไปบ้าง เนื่องจากภาวะที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ในการทำมาหากินในยุคสมัยนี้ เวลาและความสนใจตลอดจน ความเอาใจใส่ต่างๆส่วนใหญ่จึงต้องทำเพื่อตนเองและครอบครัว แต่ก็นับว่าความสัมพันธ์ใน ระบบเครือญาติในหมู่บ้านชุมชนบ่อมะกรูดก็ยังคงเป็นแบบปฐมภูมิ อย่างต่อเนื่องระบบการนับถือผู้อาวุโสในเครือญาติการเชื่อฟังคนเฒ่าคนแก่ ชุมชนบ้านบ่อมะกรูดถือว่ามีระบบการนับถือ
ผู้อาวุโสในเครือญาติ ในครอบครัวหนาแน่น และเคร่งครัดมากโดยจะมีการปลูกฝังจิตสำนึก ตั้งแต่อดีตเรื่อยมา
จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังคงเป็น อย่างนั้นสำหรับการแบ่งปันมรดกนั้นจะแบ่งโดยการตกทอดมาจากบรรพบุรุษ โดยแบ่งจำนวนเท่า ๆกัน สำหรับสมาชิกที่เป็นทายาทลูกผู้ชายจะได้รับมรดกมากกว่าลูกผู้หญิง เพราะถือว่าลูกผู้ชายจะเป็นผู้สืบสกุลต่อไปโดยเฉพาะการมอบหมายจำนวนที่ดินวิธีการจัดการกับปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัว เมื่อมีกรณีความขัดแย้งระหว่างสมาชิกในครอบครัวพ่อแม่หรือผู้อาวุโสในครอบครัวก็จะเป็น ผู้ไก่เกลี่ย โดยการสอบถามสาเหตุและตัดสินด้วยเหตุผลให้ประนีประนอมลดความขัดแย้ง นั้นลงด้วยการพูดจาปรับความเข้าใจต่อกันการสืบทอดอำนาจของชุมชน ตั้งแต่อดีตผ่านมาจนถึงปัจจุบันนั้น มักจะใช้วิธีคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถ
มีจิตใจเอื้อเฟิ้อเผื่อแผ่ต่อส่วนรวม มีความเสียสละ เป็นบุคคลที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ และศรัทธา
โดยชาวบ้านจะเลือกเป็นหัวหน้าหรือ ผู้นำชุมชนในอดีตปัจจุบันชุมชนใช้วิธีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยเลือกผู้ที่จะมาเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านดูแลปกครองชุมชนโดยชาวบ้านใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งอำนาจของผู้นำชุมชนนั้นมิได้ถ่ายทอดตามสายเลือดแต่จะเป็นบุคคลในชุมชนที่มีคุณสมบัติที่ชาวบ้านเชื่อถือและศรัธทาเลือก ขึ้นมาเป็นผู้นำดังนี้

นายอำพร เตียงเกตุ นายก เทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านฆ้อง ฝ่ายบริหาร
นายสง่า หนูนันท์                  รองนายก ฝ่ายบริหาร
นายพัทธนันท์ บัวภู              รองนายก ฝ่ายบริหาร
นายนางทิพย์นภา แสวงคำ สมาชิก ทต.บ้านฆ้อง
นายพิทยา สติภูมิโพธา        สมาชิกทต.บ้านฆ้อง

ผู้นำธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นมาแก้ไขวิกฤตของชุมชน ที่ชาวบ้านเลือกตั้งขึ้นมาแก้ไขปัญหายาเสพติดไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และอาชญากรรมเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2542
นายทองสุข ลาลาด                          ประธานประชาคมชุมชนเป็นหัวหน้าคณะทำงาน
อ.ประสิทธิ์ ศศิธร                              ประธานที่ปรึกษา
ด.ต.ธนวัฒน์ ค้วนเครือ                      ที่ปรึกษา
จ.ส.ต.ขุมทรัพย์ บุญมา                     ที่ปรึกษา
สิบโทหญิง ทองหล่อ นิลบดี             ที่ปรึกษา
ร.ต.ปรารถนา นุชดา                          รองประธานประชาคม
จ.ส.อ.ดินันท์ วสุรักขะ                       รองประธานประชาคม
นายอาคม ตรงเที่ยง                           กรรมการ
นายสุทิน ดีวิหก                                  กรรมการ
นายบุญจันทร์ โสภา                           กรรมการ
นายนำ อนุเครือ                                  กรรมการ
นายล้วน ลาลาด                                 กรรมการ
นายวินัย คงนะภา                               กรรมการ
นายคำตา สีนาค                                 กรรมการ
นายสมศักดิ์ เซี่ยงหว่อง                     กรรมการ
นางขวัญเมือง แก้วขวัญ                     กรรมการ
นายแห้ว ถาวรดี                                  กรรมการ
นายสมเดช เดชาฤทธิ์                         กรรมการ
นายดำเนิน ชิดปรางค์                         กรรมการ 
นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ                       เลขานุการประชาคม

กลุ่มต่าง ๆ ในชุมชน
- กลุ่ม
คณะกรรมการธนาคารกองทุนแม่ของแผ่นดิน
- กลุ่มราษฎรอาสาต้านยาเสพติด หัวหน้ากลุ่ม อ.ทองสุข ลาลาด
- กลุ่มราษฎรอาสาสมัครตำรวจชุมชน หัวหน้ากลุ่ม นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ
- กลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่านพลเรือน หัวหน้ากลุ่ม นายสมศักดิ์ เซี่ยงหว่อง
- กลุ่มอาสาสมัครพลังแผ่นดินหมู่ที่ 7 หัวหน้ากลุ่มนายรอด บุญพิทักษ์นุกูล
- กลุ่มอาสาสมัครพลังแผ่นดินหมู่ที่ 8 หัวหน้ากลุ่ม นายธีรพล ศศิธร
- กลุ่มการศูนย์การเรียนชุมชนโครงการอินเตอร์เน็ตชุมชน ICT หัวหน้ากลุ่ม นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ
- กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน หัวหน้ากลุ่ม นายทองสุข ลาลาด ( ม.7)และ นายบุญมี นครพันธุ์ ( ม.8 )
- กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ หัวหน้ากลุ่ม นายทองสุข ลาลาด ( ม.7 ) และ นายบุญมี นครพันธุ์ ( ม.8 )
- กลุ่มร้านค้าชุมชน นางหทัยรัตน์ อุ่มเอิบ เป็นผู้จัดการร้านค้าพร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้านอีก 27 ท่าน
- กลุ่มเลี้ยงวัวต่าง ๆ หัวหน้ากลุ่ม นายบุญจันทร์ โสภา
- กลุ่มปลูกอ้อยและกลุ่มข้าวโพดฝักอ่อน หัวหน้ากลุ่ม นางสาวน้ำอ้อย ฤทธิ์สุข
- กลุ่มอาชีพตุ๊กตา นายสวง หากระวี
- กลุ่มประมงน้ำจืด นายอาจ เหม่งเวหา
- กลุ่มทำนาปลอดสารพิษ นายอุดม ลาลาด
- กลุ่มสตรี นางเฉลา บุญพิทักษ์นุกูล
- กลุ่ม อสม. นางรัตนา แย้มขยาย
- ชุมนุมกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ใส่ใจชุมชน นางสาวธนวรรณ งามยิ่งยวด
- กลุ่มเยาชนโครงการ ICT นางสาวธนวรรณ งามยิ่งยวด
- กลุ่มแม่บ้านปลาอบแห้งพลังแสงอาทิตย์ นางหทัยรัตน์ อุ่มเอิบ
- กลุ่มอาชีพปลาร้าปลอดสารนางหทัยรัตน์ อุ่มเอิบ
- กลุ่มศูนย์พัฒนาครอบครัวผาสุก นางธนวรรณ วงศ์จันทร์
- กลุ่มกรรมการหมู่บ้าน(กม.) นายรอด บุญพิทักษ์นุกูล

4. ความเชื่อและพิธีกรรม

ความเชื่อ

ผู้ชายทุกคนพอเริ่มเป็นหนุ่ม (เป็นบ่าว) จะต้องหัดทำงานให้เป็น เช่น งานจักสาน จะต้องสานกระบุง
ตะกล้า คุ คาน กระด้ง กระเบียน ส่อน ไซ หวด กระติบ แอบ โตก ขันหมาก เลื่อยไม้ ถากไม้ ไสกบ
คราดไถ ฟั่นเชือก ฟั่นค่าว ให้เป็น ถ้าทำงานเหล่านี้ไม่เป็น ผู้สาวบ่มัก หาเมียยาก ถ้าตกลูกตกเมีย
จะอับอายชาวบ้าน เขาจะตำหนิ ติโทษว่าเป็นคน บ่ พอคน

ผู้หญิงทุกคน พ่อแม่ต้องสอนให้มีความรู้ในการงานของแม่เรือน มี ตักน้ำ ตำข้าว เย็บปัก ถักร้อย
ตำหูก ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เป็นต้น ให้เป็นเสียแต่ในเวลาเป็นสาว ถ้าไม่เป็นการงานเหล่านี้หาผัวยาก
ไม่มีชายใดต้องการ เวลามีลูกมีผัวแล้วต้องไปซื้อหากู้ยืมของคนอื่นมาใช้ ทำให้ผัวอับอายขายหน้า

มีความเชื่อของศาลเจ้าพ่อ ในหมู่บ้าน มีการปลูกศาล เป็นที่ยึดเหนี่ยว "ศาลเจ้าพ่อหลวงราม"
มาจากเวียงจันทร์ เพราะใช้ภาษาลาวเวียง เป็นที่ยึดเหนี่ยว ทางจิตใจ เชื่อในการบนบานศาลกล่าว
ถึงเวลาทำบุญปีจะมีการทำแก้บน เช่น ลิเก (มีคนทรง)

วัด มีหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ พิกุลทอง อยู่ที่ วัดบ่อมะกรูด เดิมอยู่อุโบสถ แต่ตอนนี้อยู่วิหาร

ศาล พ่อปู่ฤาษี อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ มีประวัติว่า คนชื่อ สวิง ปู่ดำ เรียนวิชาไสยศาสตร์ ด้านจิตใจ ขอกำลังใจในการประกอบอาชีพโหราศาสตร์ คนทรงเจ้า เสียชีวิต 2 ปีแล้ว แต่ยังคนเชื่ออยู่

พิธีกรรมทางศาสนา

วันขึ้นปีใหม่
- เช้าทำบุญตักบาตรที่วัด ผู้สูงอายุให้พร พระให้พร
- ทำความสะอาดสถานที่โรงเรียน วัด สถานที่ทำงาน เครื่องนุ่งห่ม ฯลฯ เพื่อต้อนรับวันขึ้นปีใหม่
- ทำบุญให้ทาน
- ปล่อยนก ปล่อยปลา
- เยี่ยมเยียนบิดา มารดา ญาติผู้ใหญ่ ขอพร-รับพร
- มอบของขวัญให้แก่กันและกัน
- อวยพรให้มีความสุขความเจริญในวันขึ้นปีใหม่
- มอบบัตรอวยพรให้แก่กันและกัน

วันสงกรานต์

สงกรานต์ แปลว่า "ก้าวขึ้น" "ย่างขึ้น" นั้น หมายถึง การที่ดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ราศีใหม่ อันเป็นเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นทุกเดือน ที่เรียกว่าสงกรานต์เดือน แต่เมื่อครบ 12 เดือนแล้วย่างขึ้นราศีเมษ จัดเป็นสงกรานต์ป
ี ถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ทาง สุริยคติในทางโหราศาสตร์

ประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นประเพณีวันขึ้นใหม่ไทย ที่ยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณ เป็นวัฒนธรรม
ประจำชาติที่งดงาม โดดเด่น และฝังลึกเข้าไปในชีวิตของคนไทยมาช้านาน แม้กระทั่งชาวต่างประเทศก็ให้ความสนใจและรู้จักประเพณีสงกรานต์ของไทยเป็นอย่างดี เริ่มตั้งแต่วันท
ี่ 13-15 เมษายน ของทุกปี มีการทำความสะอาดบ้านเรือน ทำบุญให้ทาน สรงน้ำพระ รดน้ำผู้ใหญ่
และเล่นสาดน้ำ

สงกรานต์ของชาวลาวเวียงเริ่มเย็นวันที่ 12 ทำอาหารไปวัด ทำบุญกันที่วัด มีการสงฆ์น้ำพระ

เดือนมกราคม ในวันขึ้นปีใหม่ประชาชนส่วนใหญ่จะไปทำบุญที่วัดบ่อมะกรูดและมีการจัดงาน
ฉลองขึ้นในวันขึ้นปีใหม่ด้วยกัน

เดือนกุมภาพันธ์ เดือนนี้จะมีวันสำคัญ คือ วันมาฆบูชา และงานบุญข้าวจี่ ประชาชนในหมู่บ้านบ่อมะกรูด
จะมีการเผาข้าวหลามกันเกือบทุกบ้าน แล้วไปทำบุญที่วัด นำข้าวหลามมาตัดเป็นท่อน ๆ
พองามใส่จานถวายพระ หรือใส่บาตรพระ แต่ก็ยังตักบาตรข้าวเข้า มีสำรับคาวหวานปกต
ิเหมือนการทำบุญในวันพระธรรมดา และมีการเวียนเทียนในตอนกลางคืนที่วัด

เดือนมีนาคม ไม่มีวันสำคัญทางศาสนาในเดือนนี้

เดือนเมษายน เดือนนี้มีความสำคัญ คือวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ของคนไทย ประชาชนในหมู่บ้าน
จะไปทำบุญตักบาตรกันที่วัดบ่อมะกรูด และมีการสรงน้ำระและมีการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ มีการแห่ดอกไม้

เดือนพฤษภาคม ในเดือนนี้มีวันสำคัญ คือ วันฉัตรมงคล ประชาชนจะไปทำบุญตักบาตรที่วัด

เดือนมิถุนายน ไม่มีวันสำคัญและงานประเพณีในหมู่บ้าน

เดือนกรกฎาคม วันสำคัญจะมีอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา มีการไปทำบุญกันที่วัด
เป็นเวลา 3 วัน ในวันที่ 2 จะเป็นวันเข้าพรรษา ประชาชนจะมีการนำเอาผ้าอาบน้ำฝนไป
ถวายพระด้วย นอกจากสำรับอาหารคาวหวาน และในเดือนนี้เมื่อถึงวันเข้าพรรษาจะมี
การนำเอาเทียนพรรษาไปถวายที่วัด
เดือนสิงหาคม ในเดือนนี้จะมีวันสำคัญ คือ วันเฉลิมพระชนมพรรษาราชินีนาถ ซึ่งประชาชน
จะมีการไปทำบุญในตอนเช้า เวลากลางคืนจะมีถวายพระพรพระราชินีกัน

เดือนกันยายน เดือนนี้มีวันสำคัญคือ สารทลาวจะมีการกวนกระยาสารท ถ้าบางบ้านไม่ได้ทำก็จะซื้อตามร้านและจะนำกระยาสารทไปใส่บาตรที่วัดซึ่งตรงกับวันขึ้น
15 ค่ำ เดือน 10

เดือนตุลาคม เดือนนี้มีวันสำคัญทางศาสนา คือ วันออกพรรษา ประชาชนในหมู่บ้านจะไปทำบุญ
ที่วัดบ่อมะกรูด ส่วนตอนบ่าย จะมีเทศน์ 13 กัณฑ์

เดือนพฤศจิกายน จะมีการจัดประเพณีในวันลอยกระทง ซึ่งในหมู่บ้านจะมีการทำกระทงร่วมกันแล้ว
นำไปลอยกระทงในเวลากลางคืน

เดือนธันวาคม เดือนนี้มีวันสำคัญ คือ วันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี จะมีการทำบุญตักบาตรที่วัดในตอนเช้า และในตอนกลางคืน
จะมีการจุดเทียนถวายพระพร

ประเพณี

บุญข้าวจี่
คือการนำข้าวเหนียวที่ปั้นแล้ว โรยเกลือทาไข่ไก่นำไปจี่ไฟให้สุกเรียกว่า ข้าวจี่ การทำบุญมีการให้ทานข้าวจี่ เป็นต้น เรียกบุญข้าวจี่ การทำบุญข้าวจี่มีคนนิยมทำกันมากเพราะถือว่าได้บุญกุศลมาก และเป็นการให้ทานชนิดหนึ่ง เวลาทำกำหนดเอาเดือนสาม เพราะมีกำหนดเช่นนี้ จึงมีชื่อเรียนอย่างหนึ่งว่าบุญเดือนสาม

พิธีทำข้าวจี่ ชาวบ้านตัดหาฟืน และไม้เสียบมาไว้ที่เรือนของตน รุ่งเช้าจุดไฟขึ้น เอาข้าวเหนียวปั้นเป็นปั้น ๆ โรยเกลือจี่ไฟเอาไข่ไก่ทาให้ทั่วแล้วจี่ไฟให้สุก เอาน้ำอ้อยยัดเข้าข้างในปั้นข้าวจี่ กะให้พอดีที่จะกินและทาน แล้วนิมนต์พระสงฆ์มารวมกันที่ศาลาโรงธรรม ญาติโยมก็มาพร้อมกันแล้วอาราธนาศีล ว่าคำถวายด้วยข้าวจี่เสร็จแล้วเอาไปใส่บาตร พระสวดมนต์จบแล้ว ญาติโยมยกอาหารคาวหวานไปถวายพระสงฆ์ฉันเสร็จแล้วอนุโมทนาเสร็จพิธีถวายข้าวจี่ ต่อนี้ไปพระสงฆ์จะเทศน์ฉลองข้าวจี่และเทศน์หนังสือลำต่าง ๆ ตลอดวันปัจจุบันชาวไทยลาวเวียงตำบลบ่อมะกรูด ได้พัฒนาวิธีการทำข้าวจี่มาเป็นการใช้ข้าหลามแทนข้าวจี่ อาจจะเห็นว่า การทำข้าวจี่มีวิธีทำขั้นตอนมากไม่สะดวกต่อการนำไปทำบุญที่วัด จึงเปลี่ยนเป็นข้าวหลามแทน ก็คงจะเป็นได้

สารทลาว (แก้ข้าวห่อ)
ชาวไทยลาวเวียงตำบลบ้านฆ้อง มีพิธีทำบุญสารทลาวที่ยังถือมั่นปฏิบัติมาตลอดจนถึงปัจจุบันนี้ เมื่อถึงกลางเดือน 10 ของทุกปี จะมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ หรือญาติที่ล่วงลับไปแล้ว จะมาขอส่วนบุญส่วนกุศลที่ลูกหลานอุทิศไปให้ โดยหวังว่าลูกลานที่มีชีวิตอยู่จะจัดข้าวปลาอาหาร ทั้งคาวหวานไปทำบุญที่วัด และจะมีอาหารอีกส่วนหนึ่งที่ลูกหลานจะนำไปวางไว้ที่บริเวณเจดีย์เก็บอัฐิ หรือตามต้นไม้ใหญ่แล้วจะลงมือแก้ข้าวของที่ห่อมาวางเรียงรายไว้ และจุดธูปปักไว้เป็นการเชื้อเชิญดวงวิญญาณบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ได้มารับประทานอาหารโดยพร้อมเพรียงกัน การทำบุญสารทลาวนี้จะเรียกอย่างหนึ่งตามกิริยาที่มีการแก้ข้าวของที่ห่อมาว่า การทำบุญแก้ข้าวห่อ

ประเพณีการเกิด
เด็กเมื่อแรกเกิดชาวไทยลาวเวียงจะนำเด็กไปใส่ในกระด้ง ใช้ผ้าปูเรียบร้อยบริเวณรอบกระด้งจะนำต้นไม้ที่มีหนาม นำกิ่งหนามมาวางไว้รอบ ๆ กระด้ง เชื่อกันว่าเพื่อป้องกันภูตผีปีศาจมาทำอันตราย

ประเพณีการตาย
เมื่อมีคนตายขึ้นในบ้านสมัยโบราณชาวไทยลาวเวียง มักจะนำกระดาน อาจจะเป็นกระดานพื้นบ้าน หรือเลื่อยไม้อื่นออกเป็นแผ่นนำมาประกอบกันเข้าใช้ทำเป็นโลงตั้งศพไว้ในบ้าน 1 หรือ 2 คืนนิมนต์พระมาสวดพระอภิธรรม เสร็จแล้วเช้าของวันรุ่งขึ้นของการสวดพระอภิธรรมก็จะถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุที่มาสวดที่บ้าน เมื่อบำเพ็ญกุศลภายในบ้านหนึ่งหรือสองคืนแล้ว ก็จะนำศพออกจากบ้านไปยังป่าช้า ส่วนใหญ่อยู่ในวัด นำศพตั้งไว้บนเชิงตะกอน ส่วนใหญ่จะตั้งเสาสี่ต้น นำฟืนสุมไว้ในบริเวณเสาทั้งสี่ต้น ชาวบ้านที่ไปเผาจะช่วยกันนำฟืนคนละท่อนหรือสองท่อน หรือขี้ไต้ นำไปวางกองที่เชิงตะกอน สัปเหร่อก็จะพิธีเปิดโลงนำมะพร้าวที่ปลอกเปลือกออกแล้ว ผ่าอาน้ำมะพร้าวรดศพตั้งแต่หัวจนถึงเท้า การเผาศพจะหันศีรษะไปทางด้านตะวันตก ชาวบ้านที่ไปเผาก็จะทยอยใช้ใต้จุดฟืน พระสงฆ์ก็จะสวดมาติกา เผาเสร็จแล้ว เช้าก็จะนิมนต์พระไปสวดและเก็บกระดูกส่วนต่าง ๆ ใสในโกศ นำไปไว้ที่บ้านหรือฝากไว้ในเจดีย์วัด เพื่อรอทำบุญกระดูกต่อไป

ประเพณีการบวช
ชาวไทยลาวเวียงโดยปกตินับถือพุทธศาสนา เมื่อลูกชายอายุครบบวช คืออายุ 20 ปีบริบูรณ์ทุกคนจะต้องบวชเป็นการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ และถือกันว่าคนบวชแล้วเป็นผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะเป็นคนสุกไม่เป็นคนดิบ ถ้ายังไม่ได้บวชพ่อแม่ที่มีลูกสาวจะไม่ยอมให้แต่งงานด้วย กานจัดงานบวชก็จะเชิญญาติพี่น้องคนที่เคารพนับถือมาแห่แหนนำนาคไปอุปสมบท ส่วนใหญ่ก็จะมีแตร มโหรี หรือกองยาวแห่นาครอบพระอุโบสถ 3 รอบแล้ว จึงเข้าพระอุโบสถเป็นเสร็จพิธีประเพณีการบวช

ประเพณีการแต่งงาน
ประเพณีแต่งงานก็คล้ายคลึงกับชาวไทยเผ่าอื่น คือเมื่อชายหญิงรักกัน ฝ่ายชายก็จะหาผู้ใหญ่ไปติดต่อสู่ขอ อาจจะมีทองหมั้นหรือไม่มีก็ได้ เมื่อฝ่ายหญิงตกลงแล้วก็กำหนดวันแต่งงาน ถึงวันแต่งงานชายก็จะพาญาติพี่น้องนำขันหมากไปบ้านฝ่ายหญิง นำเงินสินสอดไปให้ฝ่ายหญิง เพื่อทำพิธีเสร็จแล้วฝ่ายหญิงก็จะเลี้ยงอาหารฝ่ายชาย อาหารที่ขาดมิได้คือขนมจีน

ภาษา
ภาษาไทยลาวเวียงชุมชนในบ้านบ่อมะกรูด พบว่ามีการออกเสียงสำเนียงคล้ายกับภาษาคนไทยในภาคอีสานแต่จะพูดช้ากว่า คำศัพท์ที่ใช้ลาวไทยลาวเวียงสามารถพูดคุยสื่อสารกับชาวลาวกลุ่มอื่นหรือชาวอีสานเข้าใจกันได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะใช้คำที่เป็นภาษากลางแต่สำเนียงเปลี่ยนไป พบว่าชาวไทยลาวเวียงออกเสียงพยัญชนะทั้งสิ้น 20 เสียง โดยมีเสียงที่ต่างไปจากภาษาไทยกลาง
คือ ญ เช่น
ญาง แปลว่า เดิน
หญ่า แปลว่า หญ้า
/ ฮ / เช่น
ฮัก แปลว่า รัก
เฮียน แปลว่า เรียน
เฮือน แปลว่า เรือน
/ซ/ เช่น
เซือก แปลว่า เชือก
ซอบ แปลว่า ชอบ
ซอยเหลือ แปลว่า ช่วยเหลือ
นอกซาน แปลว่า นอกชาน
ซมเซย แปลว่า ชมเชย

เสียงสระในภาษาไทยลาวเวียงพบว่ามีเสียงสระทั้งหมด 18 เสียง แบ่งเป็น สระเสียงสั้น 9 เสียว
โดยมีเสียงสระประสมเพิ่มอีก 3 หน่วยเสียง เพียงสระที่ภาษาไทยลาวเวียงจะพบว่ามีความแตก
ต่างจากเสียงภาษาไทยกลาง เช่น
ผักบุ้ง ในภาษาไทยลาวเวียงออกเสียงผักโบง
ทุ่งนา ในภาษาไทยลาวเวียงออกเสียงเป็นโทงนา

จะเห็นว่าเสียงสระอุ ในภาษาไทยกลาง เมื่อออกเสียงเป็นภาษาไทยลาวเวียงจะเปลี่ยนเป็นเสียง
อุ เป็น โอะ ดังตัวอย่างที่ยกมาในข้างต้น หรือสระอาในภาษาไทยกลาง เพื่อออกเสียงในภาษา
ไทยลาวเวียงจะออกเสียงเป็น อัว เช่น
แตงกวา ในภาษาไทยลาวเวียงออกเสียงเป็น แตงกัว
ขวา ในภาษาไทยลาวเวียงออกเสียงเป็น ขัว

หรือคำว่า ตะวัน, กลางวัน ในภาษาไทยลาวเวียงจะออกเป็นตะเวน และกลางเว็น ตามลำดับคือ
เปลี่ยนเสี