1.6.6

ข่าวน่าสนใจ

Page 1 of 110  > >>

Apr 30, 2017
Category: General
Posted by: tammasan
CMS - 1.6.6 - Bonde
 

“ บทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัดสุพรรณบุรี ”

บทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ในจังหวัดสุพรรณบุรี

THE  ROLE  OF   SUBDISTRICT  ADMINISTRATIVE  OGANIZATION  ON  DISASTER  PREVENTRATION  AND  MITIGATION  IN 

SUPHANBURI  PROVINCE

 รณชัย  มณีอินทร์1                      

สุวัลลีย์  เปี่ยมปิติ2                                                                

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะในการป้องกัน              และบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี โดยใช้ข้อมูลจากแบบสอบถามนายกองค์การบริหารส่วนตำบล  จำนวน 87 คน ผลการศึกษาพบว่าส่วนใหญ่มีการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดสาธารณภัย โดยให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมวางแผน จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ  เพื่อจัดเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ  ขณะเกิดสาธารณภัยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ ฯ มีการแจ้งเตือนภัย  เข้าระงับภัย  และช่วยเหลือผู้ประสบภัย  หลังจากสาธารณภัยสิ้นสุดลง  มีการสำรวจและซ่อมแซมสาธารณูปโภคที่เสียหาย  การฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ประสบภัย  แต่ปัญหาที่พบองค์การบริหารส่วนตำบลส่วนใหญ่ยังการขาดแคลนงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์กู้ภัย บุคลากรที่มีความรู้  ข้อเสนอแนะขององค์การบริหารส่วนตำบลต้องการได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น  การสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง  ๆ  รวมถึงการอบรมเจ้าหน้าที่ด้วย

 

 

1 นักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่นวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น  มหาวิทยาลัยขอนแก่น

2 รองศาสตราจารย์  วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น  มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

 

ABSTRACT

……………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………….

 

 

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

สาธารณภัย (Disaster) คือการเกิด อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดในมนุษย์ โรคระบาด ในสัตว์ โรคระบาดในสัตว์น้ำ การระบาดของศัตรูพืช รวมถึงอุบัติเหตุ ตลอดจน                ภัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเกิดจากธรรมชาติหรือมีผู้ทำให้เกิดขึ้น อันเป็นภัยที่ก่อให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินแก่ประชาชนโดยส่วนรวม จัดเป็นสาธารณภัยที่รัฐจะต้องดำเนินการหาวิธีการป้องกันและลดระดับความรุนแรงของภัยที่เกิดขึ้นโดยเร็ว พร้อมกับให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ตลอดจนการเข้าคลี่คลายหรือลดระดับความรุนแรงของภัยให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมถึงการฟื้นฟูบูรณะสิ่งที่เสียหาย  เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนการเยียวยาสภาพร่างกายและจิตใจของประชาชน  ผู้ประสบภัยให้คืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว

                องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นถือได้ว่าเป็นหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน               มีบทบาท ภารกิจในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาภัยในพื้นที่รับผิดชอบภายใต้กฎหมายที่ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตามมาตรา 20  แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล  เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง มีหน้าที่ในการป้องกันและบรรเทา                   สาธารณภัยในเขตท้องถิ่นของตน โดยมีผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่นั้น เป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้อำนวยการท้องถิ่นและมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้อำนวยการจังหวัด และผู้อำนวยการอำเภอตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่นั้น  (ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดเทศบาล ปลัดเมืองพัทยา) เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการท้องถิ่น รับผิดชอบและปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตท้องถิ่นของตนและมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้อำนวยการท้องถิ่นตามที่ได้รับมอบหมาย ประกอบกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงาน

จากข้อมูลการเกิดสาธารณภัย ในจังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างปี 2550 -2553                                      ( สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสุพรรณบุรี) พบว่ามีสถิติการเกิดสาธารณภัยเรียงตามลำดับความถี่ของการเกิดภัย  ดังนี้  ภัยจากอุบัติเหตุจราจรทางถนน จำนวน 9,395 ครั้ง            ภัยจากอุทกภัย วาตภัย / โคลนถล่มจำนวน 178 ครั้ง,  ภัยจากปัญหาภัยแล้ง / ไฟป่า จำนวน 93 ครั้งภัยจากอัคคีภัย จำนวน 79  ครั้ง ,  ภัยจากโรคระบาดสัตว์  จำนวน 75 ครั้ง, โรคระบาดในมนุษย์จำนวน 50 ครั้ง ฯลฯ

 

                จากสถิติการเกิดสาธารณภัยดังกล่าว  หน่วยงานที่สามารถปฏิบัติงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นได้รวดเร็วที่สุด คือองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่มากที่สุด และการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลจะมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น ก็มาจากการได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนการดำเนินงานจากหน่วยงานระดับจังหวัดหรือองค์กรปกครองท้องถิ่นข้างเคียงและองค์การบริหารส่วนจังหวัด                 ซึ่งต้องให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในเขตจังหวัดในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

                ผู้วิจัย ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี   มีความสนใจที่จะศึกษา บทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบล               กับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยทำการศึกษาบทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบล  ต่อการดำเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคหรือข้อจำกัดในการดำเนินการ   เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำแผนพัฒนาหรือปรับปรุงการให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนการดำเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัดสุพรรณบุรี ทั้งในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบล และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีให้มีประสิทธิภาพต่อไป

 

ระเบียบวิธีวิจัย

การศึกษาในครั้งนี้ เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการดำเนินงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี ปัญหาหรือข้อจำกัดในการดำเนินการพร้อมข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล  ทำการศึกษาเอกสาร ระเบียบ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากแบบสอบถามนายกองค์การบริหารส่วนตำบล                           ในจังหวัดสุพรรณบุรี  นำมาประมวลผล  วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล  แล้วดำเนินการเรียบเรียง                                 วิเคราะห์เชิงพรรณนา

 

ผลการศึกษา

1. การดำเนินการด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดสุพรรณบุรี

ขั้นตอนที่ 1. การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดสาธารณภัย ผลการวิเคราะห์ศึกษา                         สรุปได้ดังนี้

1. การให้คนชุมชน มีส่วนร่วมในการวางแผนป้องกัน และลดผลกระทบจากสาธารณภัย

พบว่าโดยส่วนใหญ่แล้วองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดสุพรรณบุรี จัดให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนป้องกัน และลดผลกระทบจากสาธารณภัยโดยการจัดประชุมผู้นำชุมชน และประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน ป้องกันและลดผลกระทบจากสาธารณภัย โดยร่วมกันสำรวจและกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมแผนสำหรับการช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ อาหาร สถานที่รองรับการอพยพ การประสานงานด้านการแพทย์ และการเตรียมความพร้อมของบุคลากร  ที่คอยให้การช่วยเหลือกรณีมีสาธารณภัยเกิดขึ้น

2. การจัดให้มีสำรวจพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดสาธารณภัย พบว่าองค์การบริหารส่วนตำบลได้จัดให้มีการสำรวจพื้นที่ ๆ มีความเสี่ยงต่อการเกิดสาธารณภัยโดยการให้ผู้นำ หรือตัวแทนชุมชน ร่วมกับช่างโยธาประจำองค์การบริหารส่วนตำบลร่วมกันสำรวจและกำหนดพื้นที่  ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดสาธารณภัย

3. การจัดทำแผนเตรียมความพร้อมในการป้องกันและลดผลกระทบสาธารณภัยสำหรับชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล ส่วนใหญ่มีการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมโดยกำหนดแผนการจัดฝึกอบรม  อปพร. แผนการอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนในการรับมือกับสาธารณภัย แผนการจัดหา จัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์สำหรับป้องกันหรือบรรเทาสาธารณภัย

4. รูปแบบการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและลดผลกระทบจากสาธารณภัย พบว่าองค์การบริหารส่วนตำบล ส่วนใหญ่แล้วมีรูปแบบการฝึกซ้อมโดยมีการฝึกอบรม อปพร. สมาชิก อส. และกรรมการหมู่บ้าน ให้พร้อมรับมือและสามารถช่วยเหลือเมื่อเกิดสาธารณภัย                  ได้อย่างทันท่วงที   มีจำนวนน้อยที่มีรูปแบบการฝึกซ้อมโดยการจำลองสถานการณ์จริง ร่วมกับหน่วยงานอื่น

5. การจัดเตรียมทรัพยากรกู้ภัยและอุปกรณ์ช่วยชีวิต พบว่าส่วนใหญ่แล้วองค์การบริหารส่วนตำบลมีการจัดเตรียมทรัพยากรกู้ภัย และมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตเบื้องต้น ชุดปฐมพยาบาล บุคลากรชุดกู้ชีพกู้ภัยประจำตำบล (OTOS)

6. การจัดเตรียมระบบสื่อสารในภาวะฉุกเฉิน  พบว่าโดยส่วนใหญ่แล้วองค์การบริหาร          ส่วนตำบลใช้วิทยุสื่อสารเคลื่อนที่ เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารเมื่อมีสาธารณภัยเกิดขึ้น

7. การจัดเตรียมสถานที่หลบภัย เส้นทางอพยพ  การสำรอง อาหารและน้ำดื่ม พบว่าโดยส่วนใหญ่แล้วองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีการจัดเตรียมสถานที่หลบภัย เส้นทางอพยพ และสำรอง อาหาร น้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์ที่เป็นชุดช่วยชีวิตฉุกเฉิน

8. การจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ เมื่อคาดว่าจะเกิดสาธารณภัย พบว่ามีองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดสุพรรณบุรีเพียงบางส่วน  ที่ได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจเมื่อคาดว่าจะเกิดสาธารณภัย โดยมีการจัดทำคำสั่งจัดตั้งศูนย์ มีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ หน่วยช่วยเหลือ                 หน่วยประสานการช่วยเหลือกับหน่วยงานอื่น ๆ ทีเกี่ยวข้อง  กรณีเกิดภัย มีการแบ่งหน้าที่/ฝ่าย                  การให้ความช่วยเหลือ เตรียมบุคลากร วัสดุอุปกรณ์ สถานที่อพยพเมื่อเกิดสาธารณภัย  ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ  ตามขั้นตอนโดยแบ่งเป็น 1.ฝ่ายอำนวยการ                 2. ฝ่ายปฏิบัติการป้องกันและระงับภัย  3. ฝ่ายประชาสัมพันธ์  4. ฝ่ายรับบริจาคสงเคราะห์ผู้ประสบภัย  5. ฝ่ายฟื้นฟูบูรณะ

                ขั้นตอนที่ 2. ขณะเกิดสาธารณภัย ผลการศึกษา สรุปได้  ดังนี้

1. การจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจเพื่อเป็นศูนย์สั่งการ  พบว่า องค์การบริหารส่วนตำบล โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจเพื่อเป็นศูนย์สั่งการ และประสานหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย

2. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย                มีการสั่งการและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยอย่างมีเอกภาพและประสิทธิภาพ พบว่า                                        นายกองค์การบริหารส่วนตำบล  เป็นผู้อำนวยการท้องถิ่นมีบทบาทหน้าที่  เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี 2550

3. มีการแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ โดยการแจ้งเตือนล่วงหน้าและการเตือนฉุกเฉิน พบว่าองค์การบริหารส่วนตำบลมีการประชาสัมพันธ์หรือแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า โดยผ่านทางอาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  และ   เครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยในระดับตำบล/หมู่บ้าน โดยใช้ระบบสื่อสารและสื่อประชาสัมพันธ์เช่น เสียงตามสาย วิทยุชุมชน และ                  หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน  สำหรับการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน มีการประชาสัมพันธ์หรือแจ้งเตือนโดยผ่านทางหอกระจายข่าวหมู่บ้าน  การประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนโดยใช้รถยนต์เคลื่อนที่เร็ว ไซเรนมือหมุน แจ้งผ่านผู้นำชุมชน สมาชิก อปพร.  ผ่านวิทยุสื่อสาร วิทยุชุมชน

 4. การเข้าระงับเหตุเพื่อลดระดับความรุนแรงของภัยและความสูญเสียที่เกิดขึ้น                     พบว่าองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดสุพรรณบุรี  มีการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย,              การปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ  และอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ประสบภัย

5. การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย นำส่งสถานพยาบาล พบว่า                             องค์การบริหารส่วนตำบลดำเนินการค้นหาผู้ประสบภัยให้เร็วที่สุด โดยใช้สมาชิก อปพร. อาสมัครป้องกันภัยประจำหมู่บ้าน ฯ  ทำการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น                                                                                                   พร้อมทั้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่  เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นอันดับต่อไป  ถ้ามีความจำเป็นต้องส่งต่อผู้ป่วย  ก็จะมีการประสานขอความช่วยเหลือไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด หรือติดต่อผ่านศูนย์นเรนทร (1669)

6. การจัดให้อาหาร น้ำดื่ม เสื่อผ้า ที่พักฉุกเฉิน เวชภัณฑ์ พบว่าองค์การบริหารส่วนตำบล           มีการสำรวจจำนวนผู้ประสบภัย และความเสียหายเบื้องต้น จัดเตรียมสถานที่ในการช่วยเหลือ                  ทำการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเบื้องต้น และจัดหาอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพ ของใช้ และเวชภัณฑ์                   ที่จำเป็น  ดำเนินการจัดหาโดยการจัดซื้อขององค์การบริหารส่วนตำบล  การขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ  หรือการรับบริจาค  จากภาคเอกชนตลอดจนประชาชนทั่วไป

                7. การติดต่อสื่อสารให้ครอบคลุมพื้นที่ประสบภัย พบว่าองค์การบริหารส่วนตำบล                      มีช่องทางในการติดต่อสื่อสารที่ครอบคลุมพื้นที่ประสบภัย โดยผ่านทาง เครือข่ายวิทยุสื่อสารสมาชิกอปพร โทรศัพท์เคลื่อนที่ หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน วิทยุชุมชน รถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ อาสาสมัครป้องกันภัยประจำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน และการสื่อสารแบบปากต่อปาก ฯลฯ

8. การอพยพประชาชนให้พ้นจากเขตประสบสาธารณภัย พบว่า องค์การบริหารส่วนตำบลจะอพยพประชาชนให้พ้นจากเขตประสบสาธารณภัย โดยการใช้รถยนต์ซึ่งอาจจะเป็นของ                     องค์การบริหารส่วนตำบล หรือของเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล หรือของประชาชนในพื้นที่

9. การปฐมพยาบาลผู้รับบาดเจ็บ พบว่า ผู้บาดเจ็บจะได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น                  จากทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึ่งได้รับการอบรมเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อน แล้วส่งต่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นผู้ดูแล ในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บที่มีอาการรุนแรง หรือสาธารณภัยที่มีความรุนแรงจะประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ชีพ และโรงพยาบาลเพื่อขอความช่วยเหลือในการดูแลผู้บาดเจ็บ และส่งต่อผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาล

10. การดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานที่เกิดสาธารณภัย และสถานที่รองรับการอพยพของประชาชน พบว่าองค์การบริหารส่วนตำบลมีการประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่เกิดสาธารณภัย และห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปยังบริเวณสถานที่เกิดสาธารณภัย                 ถ้ายังไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ  โดยจะมีการจัดเวรยาม ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนสถานที่รองรับการอพยพผู้ประสบภัยนั้น องค์การบริหารส่วนตำบลจะจัดหาสถานที่ที่มีความปลอดภัย                                เช่น  วัด  โรงเรียน  หรือสร้างอาคารชั่วคราว  ตลอดจนดูแลด้านปัจจัย  4  จัดหารถสุขามาให้บริการ

ขั้นตอนที่ 3. หลังจากสาธารณภัยผ่านพ้นไปแล้ว ผลการศึกษา สรุปได้  ดังนี้

1. การจัดตั้งหน่วยบรรเทาทุกข์ เช่น การปฐมพยาบาล/การขนย้ายผู้ป่วยผู้ได้รับบาดเจ็บ                         และทรัพย์สินไปยังที่ปลอดภัย  การดูแลผู้ประสบภัยที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในระยะแรก พบว่า องค์การบริหารส่วนตำบล จัดให้มีการปฐมพยาบาลและการบรรเทาทุกข์  ที่หน่วยบรรเทาทุกข์หรือสถานที่อพยพ และดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย  ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างพอสมควร เช่น การดูแลรักษา  อาหารการกิน น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ ในการดำรงชีวิต               และประสานงานขอรับความช่วยเหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ                     ของประชาชนที่ประสบภัย 

2. การประเมินความเสียหาย และการให้ความช่วยเหลือที่สอดคล้องกับความต้องการผู้ประสบภัย พบว่า องค์การบริหารส่วนตำบล มอบหมายส่วนโยธาออกสำรวจพื้นที่เสียหายร่วมกับผู้นำชุมชน และดำเนินการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคต่าง ๆ ตามความเหมาะสมเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้

3. การสำรวจสิ่งสาธารณูปโภคที่ชำรุดเสียหาย พบว่า องค์การบริหารส่วนตำบลมอบหมายให้ส่วนโยธาขององค์การบริหารส่วนตำบลทำหน้าที่ในประเมินและวางแผนในบูรณะและซ่อมแซม

4. การกำจัดสิ่งปฏิกูล การรื้อถอนทำลายซากปรักหักพัง พบว่าองค์การบริหารส่วนตำบล              มีการกำจัดสิ่งปฏิกูล และรื้อถอนทำลายซากปรักหักพัก โดยการใช้เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล และประชาชนโดยการขอรับการสนับสนุนความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ เครื่องจักรกล                        รถเก็บขยะ จากองค์การบริหารส่วนจังหวัด  และองค์การบริหารส่วนตำบลใกล้เคียง

5. การซ่อมแซมบ้านเรือนราษฎร และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว พบว่าองค์การบริหารส่วนตำบลให้ความช่วยเหลือด้านวัสดุ และงบประมาณในบางส่วน และจัดทีมช่างออกให้ความช่วยเหลือประชาชนตามคำร้องขอความช่วยเหลือ

6. การประชาสัมพันธ์ ฟื้นฟูสภาพจิตใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน

พบว่า องค์การบริหารส่วนตำบลมีการประสานให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปดูแลด้านสุขภาพ และฟื้นฟูจิตใจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล

7. การฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ประสบสาธารณภัย การจ้างงาน และการส่งเสริมการประกอบอาชีพให้กับประชาชนผู้ประสบภัย พบว่าองค์การบริหารส่วนตำบลได้มีการฝึกอบรมอาชีพ และมีการจ้างงานโดยองค์การบริหารส่วนตำบล มีการให้การสงเคราะห์                           แก่ครอบครัวของผู้ที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง  ให้ทุนการศึกษาแก่บุตรของผู้ประสบภัย

2. ปัญหาหรือข้อจำกัดในการดำเนินการ และข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดสุพรรณบุรี

ปัญหาหรือข้อจำกัดในการดำเนินการด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดสุพรรณบุรี

ด้านการเตรียมความพร้อมก่อนการเกิดสาธารณภัย คือ 1.ขาดแคลนงบประมาณ ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาด้านอื่น ๆ ตามมาคือ ความเพียงพอของอุปกรณ์ที่ใช้ในการกู้ภัย การจัดหาหรือจัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ อาหารแห้ง เครื่องมือในการสื่อสาร ฯลฯ  2. การขาดแคลนบุคลากร                   ที่มีความรู้ความสามารถหรือได้รับการฝึกอบรมด้านการกู้ภัยมาโดยตรง 3. การมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญถึงการเตรียมความพร้อม  ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ด้านการดำเนินการขณะเกิดสาธารณภัย พบว่าปัญหาสำคัญคือเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการกู้ภัย บรรเทาสาธารณภัย มีไม่เพียงพอ หรือไม่อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านบุคลากรที่ไม่มีความรู้ด้านการใช้เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ สำหรับปัญหาและข้อจำกัดอื่น ๆ ได้แก่ การให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ต้องใช้ผู้มีประสบการณ์ ได้รับการอบรม และมีความสามารถในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้อย่างถูกต้อง

ด้านหลังจากสาธารณภัยผ่านพ้นไปแล้ว พบว่า มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น องค์การบริหารส่วนตำบลต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อบูรณะ ซ่อมแซม แก้ไข ฟื้นฟู โดยงบที่ใช้ในการดำเนินการนี้ไม่ได้อยู่ในแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบล  ทำให้ไม่มีงบประมาณมาดำเนินการได้อย่างเพียงพอ

ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดสุพรรณบุรี

ด้านการเตรียมความพร้อมก่อนการเกิดสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลส่วนใหญ่ต้องการได้รับการช่วยเหลือ และสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ เครื่องมือ อุปกรณ์ ตลอดจน อาหาร ยาและเวชภัณฑ์ จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ตลอดจนความช่วยเหลือและสนับสนุนด้านบุคลกากรเมื่อมีสาธารณภัยเกิดขึ้นในพื้นที่  จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลที่อยู่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

ด้านการดำเนินการขณะเกิดสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบล เสนอว่า ควรมีการจัดฝึกอบรม ฝึกปฏิบัติในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างเป็นประจำ ควรมีการแลกเปลี่ยนบุคลากรเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการทำงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเกิดเครือข่ายในการให้ความช่วยเหลือในกรณีเกิดสาธารณภัยขึ้น

ด้านหลังจากสาธารณภัยผ่านพ้นไปแล้ว องค์การบริหารส่วนตำบล มีข้อเสนอแนะว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดควรให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ  ซึ่งเป็นงบฉุกเฉินในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสำหรับพื้นที่เสี่ยงภัย   และมีทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนผู้ประสบภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูทางด้านจิตใจ

 

 

 

อภิปรายผลการศึกษา

แนวทางในการดำเนินงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จากผลการศึกษาพบว่า                     มีองค์การบริหารส่วนตำบลเพียงไม่กี่แห่ง  ที่มีการเตรียมแผนการดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าว   ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลที่ไม่ได้มีการจัดทำแผนในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เนื่องมาจากในพื้นที่  ๆ  รับผิดชอบไม่เคยเกิดสาธารณภัย หรือไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงภัย หรือตัวนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไม่ทราบว่าตนมีบทบาทอำนาจและหน้าที่ในการจัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ของตนเอง  ถ้าองค์การบริหารส่วนตำบลใดมีการจัดทำแผน                         ลักษณะของการจัดทำแผนจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนป้องกันและบรรเทา         สาธารณภัย  แต่ลักษณะของแผนดังกล่าวไม่มีความครอบคลุมในทุกประเด็น และไม่ใช่เป็นแผนเชิงปฏิบัติการ  ตัวนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  และไม่เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ในการศึกษาปัญหาหรือข้อจำกัดในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย              ที่สำคัญคือ ด้านงบประมาณ ด้านวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักร ด้านบุคลากร ที่มีไม่เพียงพอ และในกรณีการเกิดสาธารณภัยซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ความเสียหายล่วงหน้าได้  ทำให้องค์การบริหาร                  ส่วนตำบลไม่สามารถจัดสรรงบประมาณได้เหมาะสม  ซึ่งจากผลการศึกษานี้มีความสอดคล้องกับการศึกษาเรื่อง ปัญหาและอุปสรรค  และแนวทางพัฒนาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จังหวัดภูเก็ตของ  ชัยวัฒน์  สวัสดิเวช  (2553)  ในประเด็นเรื่อง ปัญหาด้านบุคลากรซึ่ง ผลการศึกษา พบว่ามีปัญหาในด้านเจ้าหน้าที่มีจำนวนไม่เพียงพอและขาดบุคลากรที่มีองค์ความรู้ความสามารถโดยตรง ขาดทักษะในการชี้แจงข้อมูลทางเอกสารการ เจ้าหน้าที่ยังขาดทักษะในการปฏิบัติงาน           ขาดทักษะในการซ้อมแผนปฏิบัติการแบบสมจริง ขาดแรงจูงใจ และภาครัฐไม่ได้เข้าไปดูแลหรือให้ความรู้ด้านทักษะของกลุ่มอาสาสมัครในมูลนิธิกลุ่มย่อย ๆ และปัญหาด้านการขาดแลนงบประมาณ ตลอดจนปัญหาด้านการขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์  เครื่องมือและเครื่องจักรกล

 

ข้อเสนอแนะจากการศึกษา

                ผลการศึกษา พบว่าองค์การบริหารส่วนตำบลบางแห่งไม่ได้มีการเตรียมความพร้อม                ก่อนสาธารณภัย  ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสบความสำเร็จ และเป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550                                        ผู้ศึกษาจึงขอเสนอแนวทางในการแก้ไขดังนี้

                1. จัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกัน                ทั้งจังหวัดเพื่อให้แนวทางในการดำเนินงานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน  และเป็นแผนที่สามารถปรับใช้ได้ในทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

                2. กำหนดแนวทางการดำเนินงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในรูปโซนนิ่ง                      เพื่อลดปัญหาและข้อจำกัด ด้านงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ บุคลากร โดยกำหนดกลุ่มพื้นที่                      ใกล้เคียงกัน  เช่น หนึ่งกลุ่มพื้นที่ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบล  4 แห่ง จัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่โดยคณะกรรมการระดับกลุ่มพื้นที่  และกำหนดให้                นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแต่ละแห่งหมุนเวียนกันรับตำแหน่งผู้อำนวยการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับกลุ่มพื้นที่  เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า

                3. กำหนดแผนการซ้อมกู้ภัยเป็นประจำทุกเดือน  ในรูปแบบของการจำลองสถานการณ์จริง และมีการเปลี่ยนสถานที่การซ้อมแผน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ไม่เคยมีสาธารณภัยเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ  เตรียมพร้อมในการรับมือการเกิดสาธารณภัย  และตระหนักถึงความสำคัญในการเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

 

ชัยวัฒน์  สวัสดิเวช .2553. ปัญหา อุปสรรค  และแนวทางการพัฒนาการป้องกันและบรรเทา

สาธารณภัย  จังหวัดภูเก็ต. ภาคนิพนธ์ ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต สาขายุทธศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต.

พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550, ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 124 ตอนที่ 52 ก

วันที่ 7 กันยายน 2550